8 ประโยชน์ของการทำ SEO

8 ประโยชน์ของการทำ SEO

8 ประโยชน์ของการทำ SEO

การทำ SEO ในปัจจุบัน เป็นเรื่องปกติของธุรกิจออนไลน์ แต่ก็ยังมีหลายคนที่สงสัยว่าจำเป็นหรือไม่? เนื่องจากการจ้างทำ SEO ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น หรือนับเป็นอีกหนึ่งต้นทุนของบริษัท ซึ่งแน่นอนว่ากระทบต่อเปอร์เซ็นต์กำไรที่ควรจะได้ เราจึงได้รวบรวม 8 ข้อดี ของการทำ SEO มาให้คุณพิจารณาเพื่อสำรวจว่าธุรกิจของคุณได้ประโยชน์ทั้งแปดข้อ ครบถ้วนหรือไม่ ดังนี้

ข้อดีของการทำ SEO

1. ลดค่าโฆษณา

การจ้างทำ SEO มีค่าใช้จ่ายโดยรวมถูกกว่าการจ้างโฆษณาแบบอื่นไหม ไม่ว่าจะเป็นแบนเนอร์ หรือแบบจ่ายตามการคลิ๊ก “pay per click”

2. สร้างภาพลักษณ์ธุรกิจที่ดีขึ้น

การทำ SEO จะทำให้เว็บไซต์พุ่งอันดับสูงขึ้น ซึ่งสัมพันธ์กับความรู้สึกหรือหลักทางจิตวิทยาที่คนเรารวมถึงลูกค้าของคุณย่อมรู้สึกว่ามีเครดิตน่าเชื่อถือดีกว่าเว็บไซต์ที่อยู่อันดับถัด ๆ ลงไป

3. เกิดการจัดระเบียบภายในเว็บไซต์

การจะถูกจัดอันดับให้ search หาได้ง่ายขึ้น ด้วย ยาฮู กูเกิ้ล จำเป็นต้องมี การจัดระเบียบภายในของ code ให้เหมาะสมกับการทำงานของ Robots ซึ่งการจ้างทำ SEO จะทำให้เกิดการแก้ไขจุดนี้ไปโดยปริยาย

4. หมุนทำเล

การทำ SEO เพิ่มโอกาสจับจองทำเลออนไลน์บนหน้าการค้นหาที่ดีขึ้น ทำให้ลูกค้ามีโอกาสได้เห็นชื่อและข้อมูลของเว็บไซต์เรามากขึ้น จึงเพิ่มเปอร์เซ็นต์ลูกค้าหน้าใหม่ได้อย่างมาก

5. ยิงตรงเป้าหมาย

SEO สัมพันธ์กับการเลือกใช้คีย์ หรือ Keywords ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเลือกลูกค้าเป้าหมายที่จะได้อ่านเพจ

6. ได้เปิดตัว

การทำสินค้าหรือบริการที่มีคู่แข่งประเภทเดียวกันมาก ย่อมต้องมีกล่มผู้นำในธุรกิจที่ลูกค้าคุ้นชื่อหรือติดตลาดอยู่ หากเราไม่ทำ SEO จะทำให้แทบไม่มีโอกาสได้ “เจอ” หรือ “เปิดตัว” กับลูกค้าได้เลย การจ้างทำ SEO เป็นเสมือนการ PR ตัวเองที่ดี ทำให้ลูกค้าได้คุ้นหูคุ้นตากับแบรนด์คุณบ้าง

7. เพิ่มลูกค้าต่างชาติ

การทำ SEO และออกแบบชื่อ URL ที่เหมาะสม จะช่วยให้ได้ฐานลูกค้าใหม่ที่ใช้ภาษาอังกฤษ (หรือภาษาอื่น) เป็นภาษาหลักได้ การปรึกษากับผู้รับจ้างทำ SEO เว็บไซต์ที่มีประสบการณ์และมีความเป็นมืออาชีพจะช่วยให้คุณ “GO INTER” ได้อย่างรวดเร็ว คุ้มกับค่าใช้จ่ายแน่นอน

8. รักษาฐานเก่า

การทำให้ลูกค้าเก่าที่มีอยู่เดิมได้เห็นชื่อและเห็นแนวทางการอัพเดตที่ทันสมัยขึ้นเรื่อย ๆ ของบริษัทคุณ จะทำให้ลูกค้ารู้สึกอุ่นใจและไว้วางใจในการซื้อสินค้า โดยเฉพาะสินค้าหรือบริการที่ต้องการการบริการหลังการขาย เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า การซื้อตั๋วทัวร์ หรื่อเที่ยวบิน ฯลฯ ที่อาจมีปัญหาตามมาได้ เพราะลูกค้ารู้สึกว่าบริษัทที่มีการอัพเดตบ่อย ๆ ย่อมมีความใส่ใจและแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้รวดเร็วกว่านั่นเอง

หากธุรกิจของคุณได้ประโยชน์ จาก SEO ครบทั้ง 8 ข้อนี้ เชื่อว่าย่อมมีความคุ้มค่าเกินราคาค่าจ้างทำ SEO แลกกับการเติบโตของธุรกิจที่รวดเร็วเหนือคู่แข่งอย่างแน่นอน

ข้อดีของการทำ SEO

การสร้างลิงค์ภายนอกเว็บไซต์สำคัญกับการทำ SEO

การสร้างลิงค์ภายนอกเว็บไซต์สำคัญกับการทำ SEO

การสร้างลิงค์ภายนอกเว็บไซต์สำคัญกับการทำ SEO

การสร้างลิงค์ภายนอกเว็บไซต์ (Backlink) เป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการทำ SEO ที่มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ และช่วยส่งเสริมกันกับการเชื่อมโยงเนื้อหาภายในเว็บไซต์ด้วย เพราะการเชื่อมโยงเว็บอื่นย้อนกลับมาที่เว็บไซต์ของเราเป็นการตอกย้ำถึงคุณภาพและความน่าเชื่อถือ มีผลต่อการจัดอันดับที่ดีขึ้นในเครื่องมือค้นหาด้วย แต่การเชื่อมโยงต้องมีความเกี่ยวข้องกันอย่างแท้จริง ถ้าสร้างลิงก์จำนวนมากโดยไม่เกี่ยวข้องกัน หรือสร้างลิงก์กับเว็บไม่มีคุณภาพเพื่อหวังปริมาณเท่านั้น อาจกลายเป็นผลลบและทำผิดกฎของเครื่องมือค้นหา เพราะถ้าไปเลือกลิงก์กับเว็บไม่มีคุณภาพ จะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม อาจโดนหางเลขทำให้ถูก Google ตัดชื่อออกไม่ให้อยู่ในดัชนีการค้นหา ไม่คุ้มกันอย่างแน่นอน

ดังนั้น จำเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการทำลิงก์ภายนอกอย่างถูกต้อง ดูว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำแล้วเกิดผลบวกหรือผลลบ ต้องคัดเฟ้นเลือกเว็บที่เกี่ยวข้องและมีคุณภาพด้วยความใส่ใจเพื่อให้ทำลิงก์อย่างปลอดภัยและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่เว็บไซต์ มีผลให้ติดอันดับต้น ๆ ในการค้นหาบนเสิร์จเอนจินต่างๆ ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดคือการสร้างลิงก์ภายนอกจะเพิ่มปริมาณผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ เพราะลิงก์จะย้อนกลับมาที่เว็บไซต์เป็นการเพิ่มจำนวนผู้ชมอย่างเป็นธรรมชาติ ยิ่งเราเรียนรู้เกี่ยวกับการทำ SEO มากเท่าไร มีโอกาสที่จะเพิ่มความน่าเชื่อถือตามเป้าหมายที่ต้องการมากเท่านั้น

ปัจจัยการสร้างเว็บลิงก์ภายนอกเชื่อมโยงกลับมาที่เว็บของเรา มีดังนี้

-ความเกี่ยวข้องของเนื้อหา การสร้างลิงก์เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ภายนอกที่จะสร้าง Backlink อย่างน้อยจะต้องอยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน เป็นธุรกิจประเภทเดียวกัน มีสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้องกัน

-ความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ ก่อนอื่นต้องพิจารณาว่าเว็บไซต์นั้นนำเสนอข้อมูลที่เป็นจริง มีประโยชน์ เนื้อหามีความน่าเชื่อถือ มีการเข้าชมและใช้งานสม่ำเสมอ จำนวนผู้ชมไม่น้อยเกินไปจนผิดสังเกต ถ้าเป็นเว็บไซต์ยอดนิยมอยู่แล้วจะยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือ ไม่เพียงส่งผลให้เว็บติดอันดับการแสดงผลการค้นที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่มีโอกาสที่ผู้ชมเว็บนั้นจะคลิกย้อนกลับมาชมเว็บไซต์ของเรามากขึ้นด้วย

ปัจจัยการสร้างเว็บลิงก์ภายนอก

-คีย์เวิร์ดและข้อความที่ใช้ทำ Backlink การเลือกคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมสำหรับการแทรกในบทความจะต้องรู้วิธีการเลือกที่ดี มีคำหลากหลาย ไม่ใช้คำทั่วไป แต่เป็นวลีที่มีคำขยายแบบเฉพาะเจาะจง เน้นการเชื่อมโยงกับเว็บไซต์ภายนอก แสดงให้เห็นมีความเกี่ยวข้องกันเป็นผลบวกในการทำ SEO

การสร้างลิงก์ไม่จำเป็นต้องใช้กับเว็บไซต์อย่างเดียว สามารถเชื่อมลิงก์กับโซเชียลมีเดียต่าง ๆ โดยการสร้างลิงก์กับคีย์เวิร์ดและบทความที่โพสต์ลงใน Facebook , Twitte r, Line และสื่อออนไลน์ต่าง ๆ นอกจากจะสร้าง Traffic ทำให้มีจำนวนผู้ชมเพิ่มขึ้นแล้ว ยังเพิ่มช่องทางการเผยแพร่บทความและสร้างลิงก์ภายนอกให้ย้อนกลับสู่เว็บไซต์มากขึ้น คอยติดตามผลลัพธ์ว่ามีความก้าวหน้าอย่างไร พยายามปรับปรุงคุณภาพของคอนเทนต์และคีย์เวิร์ดให้เกิดผลลัพธ์ดีที่สุด การทำ SEO เว็บไซต์ของคุณให้โดดเด่นในเครื่องมือค้นหาจะประสบความสำเร็จแน่นอน

SEO อาจไม่เหมาะสมสำหรับธุรกิจบางกลุ่ม

เหตุผลที่ SEO อาจไม่เหมาะสมสำหรับธุรกิจของคุณ

หลายคนคิดว่าการเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องมือการค้นหา SEO เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจทุกประเภท เหมือนกับการมีช่องทางติดต่อทางอีเมล์ เฟซบุ๊ก ไลน์ และอื่นๆ แต่ในความเป็นจริง SEO ไม่ใช่สิ่งที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการทางธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กที่มีงบประมาณทางการตลาดค่อนข้างน้อย หากเงื่อนไขเรื่องค่าใช้จ่ายในการจ้างทำ SEO หรืออยากเรียนรู้ทำด้วยตนเองเพื่อความประหยัด แต่ขาดความชำนาญและไม่มีเวลาด้วย ติดขัดเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง คงจะดีกว่าถ้าคุณเบนเข็มไปลงทุนในแคมเปญการตลาดอื่นที่ไม่ใช่ SEO เหตุผลที่ SEO อาจไม่เหมาะสมสำหรับธุรกิจของคุณ มีอะไรบ้างมาดูกัน

ปริมาณค้นหาคีย์เวิร์ดน้อย

การจัดอันดับเว็บไซต์ที่ติดหน้าแรก Google จะไม่ให้ความสำคัญกับคีย์เวิร์ดหลักที่มีจำนวนการค้นหาเพียงไม่กี่ครั้งต่อเดือนเท่านั้น หากคำหลักหรือคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณมีปริมาณน้อยมาก เว็บไซต์ของคุณจึงไม่น่าจะเข้าถึงจำนวนลูกค้าได้มากนักตามเงื่อนไขการจัดอันดับของ Google การลงทุน SEO อาจจะไม่เหมาะกับบริษัทของคุณ ลองประเมินดูก่อนก็ได้ โดยติดตามยอดขายและรายได้ว่าเพิ่มขึ้นมากหรือไม่หลังจากทำ SEO แล้วประเมินผลลัพธ์ตามนั้น

ลูกค้าตลาดเล็กในท้องถิ่น

หากธุรกิจของคุณเจาะลูกค้าตลาดขนาดเล็กหรือขนาดกลางในท้องถิ่น เช่น ร้านทันตกรรม ร้านอาหาร คิดจะทำเว็บไซต์ตามมาตรฐาน SEO คงไม่คุ้ม เพราะคีย์เวิร์ดของคุณมีกลุ่มเป้าหมายเจาะจงเกินไป ไม่จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์ผลตอบแทนจากการลงทุน ในสถานการณ์เช่นนี้ให้พิจารณาวิธีการทำ SEO เจาะเฉพาะท้องถิ่นซึ่งใช้เทคนิคแตกต่างจาก SEO มาตรฐานที่เจาะตลาดในวงกว้างระดับประเทศ

การแข่งขันรุนแรงเกินไป

หากงบประมาณการ SEO สูงสุดของคุณคือ 30,000 บาทต่อเดือน ต้องแข่งขันกับคู่แข่งที่มีงบประมาณมากถึง 600,000 บาทต่อเดือน ก็ยากที่จะมีโอกาสไต่อันดับขึ้นไปอยู่หน้าแรก ต่อให้คุณวางแผนการทำ SEO ได้ดี โดยเฉพาะคีย์เวิร์ดและโครงสร้างเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพมาแล้วก็ตาม เช่น ธุรกิจเล็ก ๆ ที่คิดจะแข่งขันในวงการประกันภัยและธนาคาร จะมีผู้เล่นรายใหญ่เพียงไม่กี่รายที่มีทุนหนามาก ถ้าจะพยายามสู้ให้ได้ ต้องศึกษาเทคนิคใช้คีย์เวิร์ดและวิเคราะห์การแข่งขันอย่างเจาะลึกให้มีช่องทางเข้าไปแทรกชิงส่วนแบ่งตลาดได้สำเร็จในที่สุด

งบประมาณของคุณน้อยเกินไป

การทำ SEO ใช้เวลามากและลงทุนพอสมควรกว่าจะประสบความสำเร็จ แต่เว็บอยู่อันดับดีแล้วจะนิ่งเฉยไปเลยคงไม่ได้ ต้องทำต่อไป มองหาโอกาสในการสร้างลิงค์ การพัฒนายุทธวิธีใหม่ๆ จำเป็นต้องใช้เวลาและความชำนาญเป็นอย่างมาก เพราะอันดับในการค้นหาของเสิร์จเอนจินไม่อยู่นิ่ง ต้องก้าวไปข้างหน้าและพร้อมสำหรับการแข่งขันตลอดเวลา อย่างน้อยต้องมีค่าใช้จ่ายจ้างทำ SEO หลักหมื่นต่อเดือน

หากคุณต้องการทำ SEO และยังมีข้อสงสัยว่าทำแล้วคุ้มหรือไม่ วิธีดีที่สุดคือการวิเคราะห์เบื้องต้นอย่างเป็นมืออาชีพเพื่อประเมินโอกาสและค่าใช้จ่าย เมื่อพบว่า SEO ไม่ใช่คำตอบที่คุณต้องการ เพราะลูกค้าเป้าหมายหลักไม่ได้ค้นหาแบบออนไลน์ อาจจะใช้วิธีการอื่นในการโปรโมทสินค้า เช่น การเสนอขายแบบมีโปรโมชั่นพิเศษ หรือสร้างการจดจำแบรนด์ ซึ่งเป็นตัวเลือกที่มีผลลัพธ์และผลตอบแทนดีกว่า

เป้าหมาย SEO

SEO คือการแข่งขันที่หยุดนิ่งไม่ได้ ต้องปรับปรุงเสมอ

ก่อนหน้านี้เราเคยใช้งานโฆษณาขายสินค้าผ่านเฟซบุ๊กง่ายๆ ต่อมาเปลี่ยนระบบเป็นเก็บค่าใช้จ่ายในการโฆษณา Facebook Ads ทำให้หลายคนสับสนกับการคิดเงินในการโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายต่อคลิกหรือจ่ายต่อจำนวนครั้งที่โฆษณา ทั้งยังกังวลเรื่องงบประมาณ , ช่องทางการชำระเงิน และอีกหลายปัญหา ใครๆ ที่ไม่เข้าใจระบบการคิดเงินของเฟซบุ๊กได้ตัดสินใจหันกลับมาใช้เว็บไซต์ในการขายออนไลน์เหมือนเดิม เพราะเป็นเครื่องมือที่คุ้นเคยและจัดการได้ง่ายกว่า วิธีการตลาดแบบ SEO จึงกลับมามีความสำคัญ จะทำอย่างไรให้เว็บไซต์เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ค้นหาเว็บไซต์เจอง่ายและเพิ่มยอดขายมากขึ้น

การทำเว็บไซต์กลับมาเป็นเครื่องมือในการทำตลาดอีกครั้ง นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายของเว็บไซต์แล้ว ถ้าเรามีความรู้ความเข้าใจเรื่องการทำ SEO สามารถดำเนินการได้เองในทันที หรือจะเลือกจ้างบริการทำ SEO มีค่าใช้จ่ายชัดเจน ช่วยลดความกังวลใจได้เปราะหนึ่ง แต่ว่าการทำตลาดนั้นไม่ใช่ว่าทำกันเพียงครั้งเดียวแล้วพอมีลูกค้ามาถึงหน้าเว็บไซต์ก็เลิกทำ แบบนั้นไม่ถูกต้อง การทำ seo ต้องอัพเดทเว็บไซต์ต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา ต้องมีเนื้อหาให้อ่าน , รูปแบบเว็บทันสมัยและมีความน่าสนใจที่หลากหลาย ไม่ใช่ว่าจ้องจะโฆษณาอย่างเดียว ควรสอดแทรกบทความที่เป็นประโยชน์กับผู้อ่านที่อาจจะกลายเป็นลูกค้าในอนาคต

รายละเอียดของบทความ

พูดถึงบทความในเว็บไซต์ เนื้อหาแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือข้อมูลรายละเอียดเพื่อโฆษณาสินค้าส่วนหนึ่ง อีกส่วนคือบทความที่เป็นประโยชน์และมีเนื้อหาตรงกับความสนใจของลูกค้า หลายเว็บไซต์พลาดที่พยายามจะโฆษณามากเกินไป บทความที่มีเนื้อหาน่าสนใจและเป็นประโยชน์จะใส่คีย์เวิร์ดสำหรับการทำ SEO เพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วในการค้นหาเว็บไซต์ โดยคีย์เวิร์ดที่เลือกจะต้องพิถีพิถันเพื่อให้ค้นหาสิ่งที่ตรงใจ พอใจกับคำตอบที่ชัดเจน

เมื่อคนค้นหาคีย์เวิร์ดเข้ามาถึงเว็บไซต์แล้ว มีคอนเทนต์ดีๆ ให้อ่านแล้ว เท่ากับว่าการทำ SEO ประสบความสำเร็จไปเรียบร้อย แต่อย่าได้ละเลยสิ่งสำคัญแท้จริงคือสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ถ้าเนื้อหาดี มีคนอ่านมากและแชร์กันไป แต่ยอดขายไม่ขยับเพราะสินค้าไม่มีจุดเด่นและไม่อยู่ในความนิยม ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกแบรนด์อื่นที่ใกล้เคียงกันได้ กลับกลายว่าไปทำประโยชน์ให้คู่แข่งเสียอีก สิ่งที่ควรโฟกัสไม่ใช่เรื่องคนเข้าดูจำนวนมาก แต่เป็นเรื่องการเปลี่ยนผู้ชมสินค้ามาเป็นลูกค้าให้ได้

แม้ว่าจะลงทุนกับ SEO ได้สำเร็จแต่จะอยู่ในอันดับต้นๆ ได้ไม่นาน ต้องกลับมาจ่ายเงินจ้างใหม่เพื่อแสวงหาลูกค้าหน้าใหม่ไปเรื่อยๆ เพราะสินค้าของเราไม่เป็นที่ประทับใจ ยอดขายที่ดีขึ้นอยู่กับว่าสินค้าของเรามีคุณค่ามากน้อยแค่ไหนด้วย วิธีนี้จะช่วยสร้างแบรนด์ให้มีคุณค่าในตัวเองอย่างแท้จริง ส่วนการจัดทำเนื้อหาบทความมีเป้าหมายที่จะชี้ให้ผู้บริโภคที่มีความสนใจสินค้าประเภทนี้อยู่แล้วเห็นเหตุผลว่าเลือกแบรนด์ของเราดีกว่าอย่างไร ชูคุณสมบัติที่ทำให้แบรนด์โดดเด่นขึ้นเหนือคู่แข่ง เพื่อให้เข้าสู่ใจผู้บริโภคได้ดีขึ้นและกลับมาอุดหนุนซ้ำอีก

การตลาด SEO

SEO พื้นฐาน

เรียนรู้และทำความเข้าใจกับวิธีการทำ SEO ขั้นพื้นฐาน

SEO พื้นฐาน

กลายเป็นจุดที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากสำหรับการเลือกใช้ SEO เป็นสื่อกลางในการโฆษณา หรือสื่อข้อมูลต่างๆ ถึงกัน โดยที่เจ้าของเว็บเองใช้เงินลงทุนที่ค่อนข้างน้อยและคงที่ ด้วยเหตุนี้ทำให้มีการลงทุนสร้าง SEO เพื่อประชาสัมพันธ์กันมากขึ้น โดยวิธีการทำ SEO ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ดังนี้

การทำให้ SEO กลายเป็นจุดเด่น น่าสนใจ น่าค้นหา

  1. เจ้าของเองจะต้องมีการปรับแต่งเนื้อหาของเว็บไซต์ให้มีความน่าสนใจ และเพิ่มเนื้อหาใหม่ๆ ทุกวัน เพื่อผู้อ่านหรือผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมจะได้ศึกษาข้อมูลใหม่ๆ แบบไม่จำเจ
  2. META Tag ของเนื้อหาที่คุณได้นำมาให้ได้อ่าน ศึกษา หรือดูข้อมูลจะต้องตรงกัน
  3. จัดรูปแบบและเนื้อหา รวมถึงการให้ข้อมูลที่มีคุณภาพให้ได้เยอะที่สุด โดยการเพิ่มปริมาณของ Backlink ที่มีคุณภาพ ซึ่งวิธีการที่ง่ายที่สุดคือการทำ Submit Articles กับเว็บไซต์อื่นๆ แต่ทั้งนี้คุณเองจะต้องมีความรู้และสามารถเขียนเนื้อหาให้ถูกต้องตามหลักภาษาด้วย สำหรับใครที่ไม่เก่ง หรือไม่ค่อยชำนาญเรื่องการเขียนบทความเชิงภาษา ไม่ใช่เรื่องยากค่ะ สามารถจ้างให้คนอื่นเขียนแทนได้ จัดเป็นเรื่องง่ายและสบายที่สุดแล้วค่ะ
  4. เมื่อได้ข้อมูลมาแล้วก็ใช่ว่าจะนำลงเว็บได้เลย จะต้องมีการตรวจผลการทำงานก่อน ผ่านไป 1 เดือนโดยประมาณ เจ้าของสามารถเข้าไปทำการตรวจสอบได้ด้วยวิธีการ Backlink จาก Search Engine โดยสามารถเข้าไปเช็ครายละเอียดได้ที่เว็บไซต์เช็คBacklinks ต่างๆที่มีบริการจำนวนมาก

ทำ SEO อย่างไรให้ได้ผลและยั่งยืน

ทำอย่างไร

สำหรับการทำ SEO ให้ติดอันดับสำหรับมือใหม่หัดเล่น หรือเพิ่งทดลองนั้นอาจต้องใช้เวลาที่ยาวนานพอสมควรเนื่องจากการสร้างจุดสนใจ สำหรับผู้ที่เข้ามาอ่านนั้นเป็นเรื่องยาก ต้องใช้ทักษะ และความชำนาญการ รวบไปถึงความรู้ในหลายๆ เทคนิค ซึ่งถ้าถามว่าต้องใช้เวลาเท่าไรจึงจะได้ผล หรือกลายเป็นที่สนใจและเป็นที่รู้จักนั้น ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถให้คำตอบ หรือกล้าที่จะยืนยันได้อย่างชัดเจน แม้กระทั่งคนที่ประสบความสำเร็จเขาไม่เคยหยุดแม้แต่วันเดียว เนื่องการวงการ SEO นั้นมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ซึ่งบางคนเลือกที่จะใช้วิชามาร ฉลาดแกมโกง ยอมรับค่ะว่าได้ผลเร็ว แต่ถ้าถูกจับได้สิ่งที่ทำมาเท่ากับว่าสูญเปล่า กลายเป็นจุดจบของเว็บไซต์เหล่านั้น ได้ไม่คุ้มเสียเอาแบบค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปจะดีกว่า

SEO ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแค่ต้องการการศึกษาและระยะเวลาพอสมควรในการศึกษา แต่จุดที่สำคัญไปกว่านั้นคือการพัฒนา ปรับปรุง และเพิ่มสิ่งใหม่ๆ แก่เว็บอยู่ตลอดเวลา นึกเสมอเลยว่าหยุดเพียงแค่วันเดียวคู่แข่งเดินนำหน้าคุณไปไกลแล้ว อย่าลืมไปนะคะว่าการทำ SEO มีการแข่งขันสูง

seo

เทคนิค redirect อาจไม่ดีนักถ้า Anchor Text ไม่ตรง

seo

สมัยก่อนนี้ หลังจากที่เรื่องของพวก tools spam ได้รับความนิยมจนหมดยุคไป วิธี redirect เริ่มมีการใช้งานกันมากขึ้น หลักการเป็นการประมูลโดเมนที่มีคุณภาพ มีแหล่งเลี้ยงจากเว็บขนาดใหญ่ เมื่อเราทำการประมูลเรียบร้อยจนชนะ ให่เราทำการจัดเต็มรีไดเร็คไปยังเว็บไซต์ใหม่ของเรา ซึ่งหลักการนี้ Google เองได้เป็นคนบอกว่าเป็นการถ่ายโอนข้อมูลอย่างถูกต้อง ปัญหาสมัยนี้ก็คือมันไม่ได้แรงเหมือนเมื่อก่อนไงล่ะ…

สมัยก่อน คนมีทุนเยอะก็ทำเงินได้ไว

เงิน

สำหรับเมื่อก่อนเราเพียงหาโดเมนอะไรก็ได้ที่มีแหล่งลิงค์คุณภาพสูง แล้วใช้วิธีการรีไดเร็ค เว็บไซต์เกิดใหม่ที่ถูกได้รับค่าพลังมาจะมีดับดีขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยทันที แต่ในสมัยนี้เราจำเป็นที่จะต้องเลือกเว็บไซต์ที่จะประมูลมาเพื่อใช้ในกรณี redirect 301 ให้ดีก่อนด้วย โดยให้โฟกัสไปที่ Anchor Text หรือก็คือการทำลิงค์มาในรูปแบบข้อความของโดเมนนั้น ว่ามีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับเว็บที่เราจะทำหรือไม่ ครั้งนี้แหละที่มันจะยากของจริง เพราะเป็นเรื่องยากมากที่เราจะเจอโดเมนหลุดประมูลมีคุณภาพสูงและใช้คีย์เวิร์ดเดียวกันกับเว็บที่เรากำลังจะทำ หากว่าไม่ตรงหรือไม่ใกล้เคียงเลย อันดับเว็บไซต์ปลายทางของเราจะไม่ได้ดีขึ้นมากนักสักเท่าไหร่

อาจจะไม่คุ้มค่าโดเมนที่เราต้องเสียเงินประมูลมาหลาย 10,000 เลยบางโดเมนราคาเป็นหลักแสนขึ้นเลยด้วยซ้ำ ก่อนประมูลให้เราลองชั่งใจว่าเราจะตั้งวงเงินปล่อยอยู่เท่าไหร่ แล้วหากว่ามันไม่เจอ เอาเงินเหล่านั้นไปสร้างในเวิร์คส่วนตัวเพิ่มใหม่ซักวงแล้วยอมเหนื่อย เขียนบทความสร้างเว็บไซต์ดูแล เพื่อให้เว็บมันเติบโตไปอีกรูปแบบหนึ่งจะดีกว่าไหม… ในเมื่อสมัยนี้มันไม่จำเป็นจะต้องใช้ปริมาณลิงค์เยอะเหมือนสมัยก่อนแล้ว

ขอแค่ว่าแต่ละลิ้งค์ควรจะมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องเหมาะสมกับเว็บปลายทางที่เราจะทำ ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าต้องการจะทดสอบในวิธีการใด นี่เป็นเพียงตัวอย่างจากการที่สอบจริงล่าสุด ที่ผู้เขียนได้ทำการทดสอบมาล่าสุด ณ วันที่เขียนบทความ ใครอยากจะลองดูสักครั้งลองไปประมูลโดเมนแล้วรีไดเรคมาดูก็ไม่ว่ากัน

สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก

สร้างให้แบรนด์สินค้า เป็นที่รู้จักมากขึ้น

การทำ SEO ถือเป็นการวางแผนปรับกลยุทธ์การขายวิธีหนึ่งเพื่อเปลี่ยนผู้เข้าชมเว็บไซต์ให้กลายเป็นลูกค้าในอนาคต ก่อนจะถึงขั้นตอนนั้นจำเป็นต้องดึงดูดผู้บริโภคให้เข้าเว็บไซต์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งมากเท่าไรยิ่งสร้างฐานลูกค้าที่มั่นคงมากขึ้น หลักการทำให้เว็บไซต์ขึ้นไปติดอันดับของการค้นหาในกูเกิลได้ไม่มีสูตรตายตัว แต่ละคนเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับตนเองแตกต่างกันไป มีหลายองค์ประกอบเพื่อทำให้ลูกค้าชื่นชอบทั้งข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการของร้านที่ถูกต้องและครบถ้วน อัพเดทเนื้อหาสม่ำเสมอ อาจจะสอดแทรกความรู้ข่าวสารที่น่าสนใจสลับไปบ้าง ไม่จำเป็นต้องโปรโมทขายสินค้ารัวๆ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ชอบถูกยัดเยียดหรือรบเร้าให้ซื้อตลอดเวลา ขอเสนอแนะวิธีการทำ SEO เบื้องต้นดังนี้

คีย์เวิร์ดที่ชัดเจน ช่วยให้จดจำแบรนด์ได้ง่าย

โลกทุกวันนี้มีคนค้นหาข้อมูลมากมายบนอินเทอร์เน็ต โดยใช้คีย์เวิร์ดต่างๆ เพื่อค้นหาสินค้า โรงแรม อาหาร ตำแหน่งงาน รถมือสอง การตั้งคีย์เวิร์ดสำหรับเชื่อมโยงเข้าเว็บไซต์ รวมถึงการเลือกคีย์เวิร์ดแทรกในบทความต่างๆ ต้องให้ความสำคัญ ใช้คีย์เวิร์ดที่ชัดเจนตรงจุด และเป็นคำที่ค้นหากันบ่อยด้วย คีย์เวิร์ดที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์จะต้องทำให้ค้นหาง่ายขึ้น เร็วขึ้น ส่งผลดีต่อแบรนด์ทำให้เป็นที่รู้จักกว้างขวาง จดจำได้ง่าย และส่งผลดีทำให้ยอดขายเติบโตบนโลกออนไลน์ภายในเวลาอันรวดเร็ว

ช่องทางการขายที่อำนวยความสะดวก

หลักการทำ SEO ไม่ได้ใส่ใจกันเฉพาะช่องทางการโปรโมทสินค้าหรือบริการของแบรนด์เท่านั้น ช่องทางการขายก็เป็นเรื่องสำคัญ หลังจากเขียนและเผยแพร่บทความที่ให้ความรู้และสร้างแรงกระตุ้นให้อยากซื้อสินค้าครอบครองเป็นของแล้ว จำเป็นต้องมีช่องทางการขายที่ดีเพื่อรองรับการสื่อสารกับลูกค้าอย่างครอบคลุม ทั้งทางโทรศัพท์ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ ตลอดจนการชำระเงินผ่านช่องทางสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยไว้ใจได้อีกด้วย

เว็บไซต์อ่านง่าย สวยงาม ใช้งานสะดวก

ปัจจุบันมีเว็บไซต์มากมายแข่งขันกับโปรโมทสินค้า มีเว็บคู่แข่งเปิดตัวใหม่ไไม่เว้นแต่ละวัน การจัดทำเว็บไซต์ต้องสวยงาม อ่านง่าย ใช้งานสะดวกบนหน้าจอมือถือ ทางเว็บต้องมีความเป็นมืออาชีพในการจัดหาบทความดีๆ มาให้ความรู้ แม้ว่าจะต้องอัพเดทบทความให้ทันสมัยและเพิ่มใหม่เข้ามาตลอดเวลา แต่เนื้อหาในบทความต้องเป็นความจริง น่าสนใจ ใช้ได้ในระยะยาว ช่วยกระตุ้นความต้องการของลูกค้าใหม่ๆ ที่เพิ่งเข้ามาใช้บริการนั่นเอง

เมื่อลูกค้าใหม่เข้ามาสัมผัสเว็บไซต์ในครั้งแรก ต้องรู้สึกว่าได้พบข้อมูลตรงกับสิ่งที่ค้นหา ได้รับความรู้และข้อเท็จจริงอันเป็นประโยชน์ ต้องคิดว่าลูกค้าปรารถนาสิ่งใดให้ตอบสนองต่อสิ่งนั้นด้วยความเอาใจใส่ หากลูกค้ารายใดประทับใจก็จะติดตามอ่านอย่างต่อเนื่อง มีข้อแนะนำว่าการเขียนบทความให้มีคุณภาพนั้นไม่เน้นการโฆษณาแบบฮาร์ดเซลล์เป็นหลัก แต่ควรจะพูดหว่านล้อมให้รู้สึกเชื่อถือและมีทัศนคติในเชิงบวก ซึ่งสามารถดึงลูกค้าให้กลับมาหาและตัดสินใจซื้อซ้ำอีก ผลลัพธ์ที่ดีกว่านั้นคือการแบ่งปันบทความและข้อมูลผ่านทางโซเชียลมีเดียเรียกว่าตอบสนองเกินความคาดหมายไปด้วยซ้ำ รับรองว่าสินค้าต้องขายดีอย่างแน่นอน

สิ่งที่ต้องทำในปี 2018 เรื่อง เอสอีโอ

สิ่งที่ต้องทำในปี 2018 เรื่อง เอสอีโอ

อย่างแรกเลยคือ สร้างแผนผังไซต์ (Sitemap) เพื่อให้เครื่องมือค้นหาแสดงเว็บไซต์ใน SERPs ซึ่งจะมีการจัดทำดัชนีทุกๆหน้าในเว็บไซต์ การสร้างไซต์แมพเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นที่เลี่ยงไม่ได้หากว่าคุณต้องการเน้นการทำอันดับใน Search Engine และยังมีผลดีต่อผู้เข้าชมที่สามารถค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้ง่ายขึ้นด้วย ต่อมา การเพิ่มประสิทธิภาพมือถือ ปัจจุบันนี้ การใช้มือถือเข้าเว็บไซต์เป็นสิ่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมากทั่วโลกและมากกว่า PC ไปแล้ว ซึ่ง Google ตระหนักถึงเรื่องนี้ ด้วยเหตุนี้ยักษ์ใหญ่ของ Search Engine จึงเรียกร้องให้เจ้าของเว็บไซต์ทำเว็บไซต์ของตัวเองให้เหมาะกับอุปกรณ์เคลื่อนที่ หากคุณไม่ต้องการให้ Google เพิกเฉยกับเว็บไซต์ของคุณก็ควรเพิ่มประสิทธิภาพมือถือด้วย และเว็บไซต์ของคุณไม่ควรเต็มไปด้วยโฆษณามากจนบดบังเนื้อหาที่สร้างความรำคาญแก่ผู้เข้าชม

สิ่งสำคัญต้องมุ่งเน้นไปที่ Local SEO เป็นสิ่งที่ดีที่จะเริ่มต้นด้วยตัวเลขจากท้องถิ่นเป็นหลัก ควรทราบว่า 43% ของ Google, 25% ของ Yahoo และ 25% ของการค้นหาจาก Bing เป็นแบบกำหนดเป้าหมายหรือพื้นที่ นอกจากนี้ 50% ของการค้นหาทั้งหมดอยู่ในท้องถิ่น กลยุทธ์ที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจในการดึงดูดผู้บริโภคจำนวนมากและตอบสนองความต้องการของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเว็บไซต์ของคุณขายสินค้าหรือบริการให้คนในท้องถิ่น

สิ่งที่เป็นเคล็ดลับที่ควรพิจารณา ได้แก่

  • ใช้คำหลักในท้องถิ่นเสมอ
  • ใส่ชื่อใน Google My Business
  • เขียนเนื้อหาที่เกี่ยวข้องในบล็อก
  • ระบุผู้ติดต่อทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
  • ชื่อโดเมนท้องถิ่น Local Domain Name

นอกจากนี้ ลงทุนในการมีสื่อสังคมออนไลน์ การตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ถือเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพและไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม การมีโซเชียลมีเดียไม่ใช่แค่การสร้างบัญชีบนแพลตฟอร์มที่ต่างกันเท่านั้น แต่ควรให้ความสำคัญกับความถี่ในการโพสต์ โดยเน้นเนื้อหาใหม่ที่มีประโยชน์และเพิ่มการมีส่วนร่วมจากผู้ชมให้ได้ เมื่อสร้างเนื้อหาเป็นประจำก็จะช่วยแบ่งปันกับผู้อื่นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ที่สามารถแบ่งปันบทความอื่นๆ ในธุรกิจของคุณ ดังนั้น จึงมีเหตุผลมากพอที่จะเข้าร่วมในโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้เครื่องมือค้นหายังใช้ประโยชน์จากอัลกอริทึมในการพิจารณาว่าเนื้อหานั้นมีมูลค่าเท่าใด นั่นคือเหตุผลที่บรรดาผู้ที่ใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียไปหาบทความที่พวกเขาพิจารณาว่ามีค่า เมื่อพวกเขาพบว่ามีเนื้อหาที่อ่านง่ายและเป็นประโยชน์พวกเขาจะแชร์เนื้อหาในเว็บไซต์โซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะ Facebook

อีกอย่าง การมีบล็อกเพิ่มอยู่ในเว็บไซต์จะสร้างความน่าเชื่อถือและเป็นช่องทางสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของเว็บไซต์และผู้เช้าชม สังเกตุไหม… สมัยนี้เว็บทุกหมวด ผลบอลเมื่อคืน ข่าว อาหารเสริม สาระต่างๆ ทำบล็อกกันหมด สิ่งสำคัญอย่างมากในการทำเว็บไซต์คือ อย่าปล่อยให้เว็บไซต์ร้างไม่มีการการเคลื่อนไหว แต่เนื่องจากเว็บไซต์บางประเภทนั้นมีข้อมูลที่ตายตัวอยู่แล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ การมีช่องทางของบล็อกจึงเป็นทางออก และพยายามเน้นเขียนบทความโดยยึดหลักของ SEO ก็จะยิ่งได้ประโยชน์มากขึ้นด้วย

Title และ H Tags อย่าได้ซ้ำกันจำเอาไว้ให้ได้

Title และ H Tags อย่าได้ซ้ำกันจำเอาไว้ให้ได้

Title และ H Tags อย่าได้ซ้ำกันจำเอาไว้ให้ได้

ผมเคยเป็นหนึ่งในคนที่เชื่อในฝีมือตัวเองเกี่ยวกับการทำอันดับเว็บไซต์ การจัดข้อมูลต่างๆ การประมวลผลในความคิดออกมาเป็นรูปธรรมผ่านตัวเว็บไซต์ของเรา ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างให้แตกต่างรวมไปถึงมีการใช้ปลั๊กอิน SEO เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก แต่แน่นอนว่าข้อมูลเหล่านี้ก็สามารถนำมาช่วยอำนวยความสะดวกได้ตราบที่เรามีความรู้จริง และสิ่งหนึ่งที่ต้องระวังในเรื่องของ ปลั๊กอิน Yoast นั่นก็คือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของปลั๊กอินตัวนั้นเกี่ยวกับ Title Page และ Title Post

จะตั้งค่า Yoast ต้องรู้จักมันให้ดีเสียก่อน

ในการตั้งค่าแบบ advance มันสามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างตรงนี้ได้ ซึ่งหากเรามีการปรับเปลี่ยนผิดพลาด ไตเติ้ลของเว็บไซต์เรากับ H Tag ของเว็บไซต์เราอาจจะชนกันซ้ำกันก็เป็นได้ ข้อนี้ก็ต้องแล้วแต่ Theme ที่แต่ละคนใช้ด้วย จริงๆแล้วนี่คือตัวอย่างกรณีศึกษา ไม่ใช่เรื่องที่ดีนักที่ไตเติ้ลกับ H Tag มีการซ้ำซ้อนกันเพราะ H Tag ปกติจะทำหน้าที่เป็นหัวข้อย่อยๆต่างๆ ส่วน Title คือหัวข้อของหน้าเว็บเพจนั้น หากมีความเหมือนกันเป๊ะมันคงดูไม่โอเคนักในสายตาของอัลกอริทึมเสิร์ชเอนจิ้น

ทุกครั้งที่เรามีการปรับเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ ไม่ใช่เฉพาะใน WordPress แต่ในทุกเว็บไม่ว่าคุณจะใช้ CMS ในการทำเว็บอะไรก็ตาม หรือเขียนของสร้างเว็บขึ้นมาเองก็จำเป็นจะต้องตรวจสอบอยู่บ่อยครั้งว่าไตเติ้ลไม่ควรจะมีซ้ำกันกับ H Tag ไม่เช่นนั้นอันดับเว็บไซต์อาจจะไม่สามารถขึ้นในจุดสูงสุดได้เพราะมีข้อจำกัดในส่วนนี้อยู่ ทำ SEO จำเป็นจะต้องตรวจสอบดูให้ดีในทุกปัจจัยที่มีความเกี่ยวข้องและอาจส่งผลต่อระดับเว็บ

SEO Tools

เปิดประเด็นเรื่องของ Keyword เพื่อทำ SEO

การทำ SEO จำเป็นจะต้องอาศัยหลากหลายปัจจัยด้วยกัน แต่ในเรื่องของอันดับเว็บไซต์ผ่านการทำ SEO นั้น ก็แทบที่จะไม่มีความคงที่เลยก็ว่าได้ ทุกช่วงทุกเวลาย่อมมีขึ้นและมีลงแตกต่างกันออกไป แต่สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้อย่างแน่นอน นั่นก็คือ Keyword ซึ่งถือได้ว่าเป็นคำ ๆ หนึ่งที่ผู้คนต่างก็อยากจะได้คำตอบจากคำ ๆ นี้ ซึ่ง keyword เปรียบเสมือนเป็นคำที่สามารถสะท้อนให้เห็นได้ถึงปัญหา พร้อมทั้งความต้องการของคน ๆ หนึ่งร่วมด้วย โดยคำตอบที่จะได้มามักจะปรากฏอยู่บนหน้า google นั่นเอง

การค้นหา Keyword มีความสำคัญอย่างไร

หากว่าเราสามารถเลือก Keyword ได้อย่างแม่นยำ ย่อมส่งผลต่อการทำ SEO อย่างแน่นอน เพราะเปรียบเสมือนว่าเรากำลังสร้างโอกาสที่จะทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ สามารถค้นหาเว็บไซต์ของเราเจอได้มากยิ่งขึ้น และเมื่อมีคนค้นหาและเข้าเว็บไซต์ของเรามากขึ้นเท่าไหร่ โอกาสของเราผ่านการทำเว็บไซต์ก็จะมากขึ้นเท่านั้น

Keyword ที่ดีมีลักษณะอย่างไรบ้าง

Keyword ก็คือคำหลัก ๆ ที่กลุ่มเป้าหมายของเรานั้นใช้ค้นหาเพื่อให้ได้คำตอบ หากกลุ่มเป้าหมายของเราอยากจะรู้อะไรหรืออยากจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น หรืออาจจะต้องการข้อมูลเพื่อที่จะช่วยให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย สามารถตัดสินใจซื้อสินค้าได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าหากคีย์เวิร์ดตรงจุดตอบโจทย์ได้จริง ๆ ลูกค้าก็จะสามารถค้นหาเว็บไซต์ของเราได้ง่ายยิ่งขึ้น

ประเภทของ Keyword

  • Mass Keyword เปรียบเสมือนเป็นคำค้นหาหลัก ๆ ที่ตรงต่อธุรกิจของเราโดยตรง และนับได้ว่าเป็นคำกว้าง ๆ ไม่ได้มีการเฉพาะจงจงแต่อย่างใด แถมปริมาณในการค้นหาก็สูงด้วย เปรียบเสมือนเป็นคีย์เวิร์ดที่ถูกใช้ค้นหาคีย์เวิร์ดรองและคีย์เวิร์ดอื่น ๆ คู่แข่งย่อมเยอะจนทำให้ติดอันดับยากมากที่สุด
  • Nich Keyword เป็นคำที่สามารขยายความคีย์เวิร์ดหลักหรือ Mass Keyword เพราะฉะนั้นจะมีความเฉพาะเจาะจงกว่าเดิม ปริมาณในการค้นหาไม่สูงเท่าไหร่นัก
  • Longtail Niche Keyword เปรียบเสมือนเป็นคำที่เฉพาะเจาะจงลงมาอีก นับได้ว่าเป็นคำที่สามารถแสดงถึงยี่ห้อสินค้า รุ่น พร้อมทั้งทำเลที่ตั้ง รวมไปถึงความแตกต่างของธุรกิจโดยตรง

    การแบ่งตามลักษณะของคำ สามารถแบ่งแยกประเภทได้ดังนี้ คือ Commercial Keyword และ Information Keyword ในส่วนของการทำ SEO แบบจริงจัง เราควรเน้นย้ำคีย์เวิร์ดทุกคำที่เกี่ยวข้อง แต่สำหรับคีย์เวิร์ดที่เป็น Commercial Keyword ซึ่งถือได้ว่าเป็นคีย์เวิร์ดทำเงินได้นั้น คู่แข่งอาจจะมีจำนวนมากเป็นพิเศษ ส่งผลทำให้กลุ่มคนที่ทำ SEO ในปัจจุบัน หรือหวังผลที่จะขายสินค้าให้ได้ในที่สุดนั้น จำเป็นจะต้องหันไปพึ่ง google AdWords ร่วมด้วย