SEO พื้นฐาน

เรียนรู้และทำความเข้าใจกับวิธีการทำ SEO ขั้นพื้นฐาน

SEO พื้นฐาน

กลายเป็นจุดที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากสำหรับการเลือกใช้ SEO เป็นสื่อกลางในการโฆษณา หรือสื่อข้อมูลต่างๆ ถึงกัน โดยที่เจ้าของเว็บเองใช้เงินลงทุนที่ค่อนข้างน้อยและคงที่ ด้วยเหตุนี้ทำให้มีการลงทุนสร้าง SEO เพื่อประชาสัมพันธ์กันมากขึ้น โดยวิธีการทำ SEO ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ดังนี้
การทำให้ SEO กลายเป็นจุดเด่น น่าสนใจ น่าค้นหา

  1. เจ้าของเองจะต้องมีการปรับแต่งเนื้อหาของเว็บไซต์ให้มีความน่าสนใจ และเพิ่มเนื้อหาใหม่ๆ ทุกวัน เพื่อผู้อ่านหรือผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมจะได้ศึกษาข้อมูลใหม่ๆ แบบไม่จำเจ
  2. META Tag ของเนื้อหาที่คุณได้นำมาให้ได้อ่าน ศึกษา หรือดูข้อมูลจะต้องตรงกัน
  3. จัดรูปแบบและเนื้อหา รวมถึงการให้ข้อมูลที่มีคุณภาพให้ได้เยอะที่สุด โดยการเพิ่มปริมาณของ Backlink ที่มีคุณภาพ ซึ่งวิธีการที่ง่ายที่สุดคือการทำ Submit Articles กับเว็บไซต์อื่นๆ แต่ทั้งนี้คุณเองจะต้องมีความรู้และสามารถเขียนเนื้อหาให้ถูกต้องตามหลักภาษาด้วย สำหรับใครที่ไม่เก่ง หรือไม่ค่อยชำนาญเรื่องการเขียนบทความเชิงภาษา ไม่ใช่เรื่องยากค่ะ สามารถจ้างให้คนอื่นเขียนแทนได้ จัดเป็นเรื่องง่ายและสบายที่สุดแล้วค่ะ
  4. เมื่อได้ข้อมูลมาแล้วก็ใช่ว่าจะนำลงเว็บได้เลย จะต้องมีการตรวจผลการทำงานก่อน ผ่านไป 1 เดือนโดยประมาณ เจ้าของสามารถเข้าไปทำการตรวจสอบได้ด้วยวิธีการ Backlink จาก Search Engine โดยสามารถเข้าไปเช็ครายละเอียดได้ที่เว็บไซต์เช็คBacklinks ต่างๆที่มีบริการจำนวนมาก

ทำ SEO อย่างไรให้ได้ผลและยั่งยืน

ทำอย่างไร

สำหรับการทำ SEO ให้ติดอันดับสำหรับมือใหม่หัดเล่น หรือเพิ่งทดลองนั้นอาจต้องใช้เวลาที่ยาวนานพอสมควรเนื่องจากการสร้างจุดสนใจ สำหรับผู้ที่เข้ามาอ่านนั้นเป็นเรื่องยาก ต้องใช้ทักษะ และความชำนาญการ รวบไปถึงความรู้ในหลายๆ เทคนิค ซึ่งถ้าถามว่าต้องใช้เวลาเท่าไรจึงจะได้ผล หรือกลายเป็นที่สนใจและเป็นที่รู้จักนั้น ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถให้คำตอบ หรือกล้าที่จะยืนยันได้อย่างชัดเจน แม้กระทั่งคนที่ประสบความสำเร็จเขาไม่เคยหยุดแม้แต่วันเดียว เนื่องการวงการ SEO นั้นมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ซึ่งบางคนเลือกที่จะใช้วิชามาร ฉลาดแกมโกง ยอมรับค่ะว่าได้ผลเร็ว แต่ถ้าถูกจับได้สิ่งที่ทำมาเท่ากับว่าสูญเปล่า กลายเป็นจุดจบของเว็บไซต์เหล่านั้น ได้ไม่คุ้มเสียเอาแบบค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปจะดีกว่า

SEO ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแค่ต้องการการศึกษาและระยะเวลาพอสมควรในการศึกษา แต่จุดที่สำคัญไปกว่านั้นคือการพัฒนา ปรับปรุง และเพิ่มสิ่งใหม่ๆ แก่เว็บอยู่ตลอดเวลา นึกเสมอเลยว่าหยุดเพียงแค่วันเดียวคู่แข่งเดินนำหน้าคุณไปไกลแล้ว อย่าลืมไปนะคะว่าการทำ SEO มีการแข่งขันสูง

seo

เทคนิค redirect อาจไม่ดีนักถ้า Anchor Text ไม่ตรง

seo

สมัยก่อนนี้ หลังจากที่เรื่องของพวก tools spam ได้รับความนิยมจนหมดยุคไป วิธี redirect เริ่มมีการใช้งานกันมากขึ้น หลักการเป็นการประมูลโดเมนที่มีคุณภาพ มีแหล่งเลี้ยงจากเว็บขนาดใหญ่ เมื่อเราทำการประมูลเรียบร้อยจนชนะ ให่เราทำการจัดเต็มรีไดเร็คไปยังเว็บไซต์ใหม่ของเรา ซึ่งหลักการนี้ Google เองได้เป็นคนบอกว่าเป็นการถ่ายโอนข้อมูลอย่างถูกต้อง ปัญหาสมัยนี้ก็คือมันไม่ได้แรงเหมือนเมื่อก่อนไงล่ะ…

สมัยก่อน คนมีทุนเยอะก็ทำเงินได้ไว

เงิน

สำหรับเมื่อก่อนเราเพียงหาโดเมนอะไรก็ได้ที่มีแหล่งลิงค์คุณภาพสูง แล้วใช้วิธีการรีไดเร็ค เว็บไซต์เกิดใหม่ที่ถูกได้รับค่าพลังมาจะมีดับดีขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยทันที แต่ในสมัยนี้เราจำเป็นที่จะต้องเลือกเว็บไซต์ที่จะประมูลมาเพื่อใช้ในกรณี redirect 301 ให้ดีก่อนด้วย โดยให้โฟกัสไปที่ Anchor Text หรือก็คือการทำลิงค์มาในรูปแบบข้อความของโดเมนนั้น ว่ามีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับเว็บที่เราจะทำหรือไม่ ครั้งนี้แหละที่มันจะยากของจริง เพราะเป็นเรื่องยากมากที่เราจะเจอโดเมนหลุดประมูลมีคุณภาพสูงและใช้คีย์เวิร์ดเดียวกันกับเว็บที่เรากำลังจะทำ หากว่าไม่ตรงหรือไม่ใกล้เคียงเลย อันดับเว็บไซต์ปลายทางของเราจะไม่ได้ดีขึ้นมากนักสักเท่าไหร่

อาจจะไม่คุ้มค่าโดเมนที่เราต้องเสียเงินประมูลมาหลาย 10,000 เลยบางโดเมนราคาเป็นหลักแสนขึ้นเลยด้วยซ้ำ ก่อนประมูลให้เราลองชั่งใจว่าเราจะตั้งวงเงินปล่อยอยู่เท่าไหร่ แล้วหากว่ามันไม่เจอ เอาเงินเหล่านั้นไปสร้างในเวิร์คส่วนตัวเพิ่มใหม่ซักวงแล้วยอมเหนื่อย เขียนบทความสร้างเว็บไซต์ดูแล เพื่อให้เว็บมันเติบโตไปอีกรูปแบบหนึ่งจะดีกว่าไหม… ในเมื่อสมัยนี้มันไม่จำเป็นจะต้องใช้ปริมาณลิงค์เยอะเหมือนสมัยก่อนแล้ว

ขอแค่ว่าแต่ละลิ้งค์ควรจะมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องเหมาะสมกับเว็บปลายทางที่เราจะทำ ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าต้องการจะทดสอบในวิธีการใด นี่เป็นเพียงตัวอย่างจากการที่สอบจริงล่าสุด ที่ผู้เขียนได้ทำการทดสอบมาล่าสุด ณ วันที่เขียนบทความ ใครอยากจะลองดูสักครั้งลองไปประมูลโดเมนแล้วรีไดเรคมาดูก็ไม่ว่ากัน

สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก

สร้างให้แบรนด์สินค้า เป็นที่รู้จักมากขึ้น

การทำ SEO ถือเป็นการวางแผนปรับกลยุทธ์การขายวิธีหนึ่งเพื่อเปลี่ยนผู้เข้าชมเว็บไซต์ให้กลายเป็นลูกค้าในอนาคต ก่อนจะถึงขั้นตอนนั้นจำเป็นต้องดึงดูดผู้บริโภคให้เข้าเว็บไซต์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งมากเท่าไรยิ่งสร้างฐานลูกค้าที่มั่นคงมากขึ้น หลักการทำให้เว็บไซต์ขึ้นไปติดอันดับของการค้นหาในกูเกิลได้ไม่มีสูตรตายตัว แต่ละคนเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับตนเองแตกต่างกันไป มีหลายองค์ประกอบเพื่อทำให้ลูกค้าชื่นชอบทั้งข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการของร้านที่ถูกต้องและครบถ้วน อัพเดทเนื้อหาสม่ำเสมอ อาจจะสอดแทรกความรู้ข่าวสารที่น่าสนใจสลับไปบ้าง ไม่จำเป็นต้องโปรโมทขายสินค้ารัวๆ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ชอบถูกยัดเยียดหรือรบเร้าให้ซื้อตลอดเวลา ขอเสนอแนะวิธีการทำ SEO เบื้องต้นดังนี้

คีย์เวิร์ดที่ชัดเจน ช่วยให้จดจำแบรนด์ได้ง่าย

โลกทุกวันนี้มีคนค้นหาข้อมูลมากมายบนอินเทอร์เน็ต โดยใช้คีย์เวิร์ดต่างๆ เพื่อค้นหาสินค้า โรงแรม อาหาร ตำแหน่งงาน รถมือสอง การตั้งคีย์เวิร์ดสำหรับเชื่อมโยงเข้าเว็บไซต์ รวมถึงการเลือกคีย์เวิร์ดแทรกในบทความต่างๆ ต้องให้ความสำคัญ ใช้คีย์เวิร์ดที่ชัดเจนตรงจุด และเป็นคำที่ค้นหากันบ่อยด้วย คีย์เวิร์ดที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์จะต้องทำให้ค้นหาง่ายขึ้น เร็วขึ้น ส่งผลดีต่อแบรนด์ทำให้เป็นที่รู้จักกว้างขวาง จดจำได้ง่าย และส่งผลดีทำให้ยอดขายเติบโตบนโลกออนไลน์ภายในเวลาอันรวดเร็ว

ช่องทางการขายที่อำนวยความสะดวก

หลักการทำ SEO ไม่ได้ใส่ใจกันเฉพาะช่องทางการโปรโมทสินค้าหรือบริการของแบรนด์เท่านั้น ช่องทางการขายก็เป็นเรื่องสำคัญ หลังจากเขียนและเผยแพร่บทความที่ให้ความรู้และสร้างแรงกระตุ้นให้อยากซื้อสินค้าครอบครองเป็นของแล้ว จำเป็นต้องมีช่องทางการขายที่ดีเพื่อรองรับการสื่อสารกับลูกค้าอย่างครอบคลุม ทั้งทางโทรศัพท์ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ ตลอดจนการชำระเงินผ่านช่องทางสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยไว้ใจได้อีกด้วย

เว็บไซต์อ่านง่าย สวยงาม ใช้งานสะดวก

ปัจจุบันมีเว็บไซต์มากมายแข่งขันกับโปรโมทสินค้า มีเว็บคู่แข่งเปิดตัวใหม่ไไม่เว้นแต่ละวัน การจัดทำเว็บไซต์ต้องสวยงาม อ่านง่าย ใช้งานสะดวกบนหน้าจอมือถือ ทางเว็บต้องมีความเป็นมืออาชีพในการจัดหาบทความดีๆ มาให้ความรู้ แม้ว่าจะต้องอัพเดทบทความให้ทันสมัยและเพิ่มใหม่เข้ามาตลอดเวลา แต่เนื้อหาในบทความต้องเป็นความจริง น่าสนใจ ใช้ได้ในระยะยาว ช่วยกระตุ้นความต้องการของลูกค้าใหม่ๆ ที่เพิ่งเข้ามาใช้บริการนั่นเอง

เมื่อลูกค้าใหม่เข้ามาสัมผัสเว็บไซต์ในครั้งแรก ต้องรู้สึกว่าได้พบข้อมูลตรงกับสิ่งที่ค้นหา ได้รับความรู้และข้อเท็จจริงอันเป็นประโยชน์ ต้องคิดว่าลูกค้าปรารถนาสิ่งใดให้ตอบสนองต่อสิ่งนั้นด้วยความเอาใจใส่ หากลูกค้ารายใดประทับใจก็จะติดตามอ่านอย่างต่อเนื่อง มีข้อแนะนำว่าการเขียนบทความให้มีคุณภาพนั้นไม่เน้นการโฆษณาแบบฮาร์ดเซลล์เป็นหลัก แต่ควรจะพูดหว่านล้อมให้รู้สึกเชื่อถือและมีทัศนคติในเชิงบวก ซึ่งสามารถดึงลูกค้าให้กลับมาหาและตัดสินใจซื้อซ้ำอีก ผลลัพธ์ที่ดีกว่านั้นคือการแบ่งปันบทความและข้อมูลผ่านทางโซเชียลมีเดียเรียกว่าตอบสนองเกินความคาดหมายไปด้วยซ้ำ รับรองว่าสินค้าต้องขายดีอย่างแน่นอน

สิ่งที่ต้องทำในปี 2018 เรื่อง เอสอีโอ

สิ่งที่ต้องทำในปี 2018 เรื่อง เอสอีโอ

อย่างแรกเลยคือ สร้างแผนผังไซต์ (Sitemap) เพื่อให้เครื่องมือค้นหาแสดงเว็บไซต์ใน SERPs ซึ่งจะมีการจัดทำดัชนีทุกๆหน้าในเว็บไซต์ การสร้างไซต์แมพเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นที่เลี่ยงไม่ได้หากว่าคุณต้องการเน้นการทำอันดับใน Search Engine และยังมีผลดีต่อผู้เข้าชมที่สามารถค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้ง่ายขึ้นด้วย ต่อมา การเพิ่มประสิทธิภาพมือถือ ปัจจุบันนี้ การใช้มือถือเข้าเว็บไซต์เป็นสิ่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมากทั่วโลกและมากกว่า PC ไปแล้ว ซึ่ง Google ตระหนักถึงเรื่องนี้ ด้วยเหตุนี้ยักษ์ใหญ่ของ Search Engine จึงเรียกร้องให้เจ้าของเว็บไซต์ทำเว็บไซต์ของตัวเองให้เหมาะกับอุปกรณ์เคลื่อนที่ หากคุณไม่ต้องการให้ Google เพิกเฉยกับเว็บไซต์ของคุณก็ควรเพิ่มประสิทธิภาพมือถือด้วย และเว็บไซต์ของคุณไม่ควรเต็มไปด้วยโฆษณามากจนบดบังเนื้อหาที่สร้างความรำคาญแก่ผู้เข้าชม

สิ่งสำคัญต้องมุ่งเน้นไปที่ Local SEO เป็นสิ่งที่ดีที่จะเริ่มต้นด้วยตัวเลขจากท้องถิ่นเป็นหลัก ควรทราบว่า 43% ของ Google, 25% ของ Yahoo และ 25% ของการค้นหาจาก Bing เป็นแบบกำหนดเป้าหมายหรือพื้นที่ นอกจากนี้ 50% ของการค้นหาทั้งหมดอยู่ในท้องถิ่น กลยุทธ์ที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจในการดึงดูดผู้บริโภคจำนวนมากและตอบสนองความต้องการของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเว็บไซต์ของคุณขายสินค้าหรือบริการให้คนในท้องถิ่น

สิ่งที่เป็นเคล็ดลับที่ควรพิจารณา ได้แก่

  • ใช้คำหลักในท้องถิ่นเสมอ
  • ใส่ชื่อใน Google My Business
  • เขียนเนื้อหาที่เกี่ยวข้องในบล็อก
  • ระบุผู้ติดต่อทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
  • ชื่อโดเมนท้องถิ่น Local Domain Name

นอกจากนี้ ลงทุนในการมีสื่อสังคมออนไลน์ การตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ถือเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพและไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม การมีโซเชียลมีเดียไม่ใช่แค่การสร้างบัญชีบนแพลตฟอร์มที่ต่างกันเท่านั้น แต่ควรให้ความสำคัญกับความถี่ในการโพสต์ โดยเน้นเนื้อหาใหม่ที่มีประโยชน์และเพิ่มการมีส่วนร่วมจากผู้ชมให้ได้ เมื่อสร้างเนื้อหาเป็นประจำก็จะช่วยแบ่งปันกับผู้อื่นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ที่สามารถแบ่งปันบทความอื่นๆ ในธุรกิจของคุณ ดังนั้น จึงมีเหตุผลมากพอที่จะเข้าร่วมในโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้เครื่องมือค้นหายังใช้ประโยชน์จากอัลกอริทึมในการพิจารณาว่าเนื้อหานั้นมีมูลค่าเท่าใด นั่นคือเหตุผลที่บรรดาผู้ที่ใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียไปหาบทความที่พวกเขาพิจารณาว่ามีค่า เมื่อพวกเขาพบว่ามีเนื้อหาที่อ่านง่ายและเป็นประโยชน์พวกเขาจะแชร์เนื้อหาในเว็บไซต์โซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะ Facebook

อีกอย่าง การมีบล็อกเพิ่มอยู่ในเว็บไซต์จะสร้างความน่าเชื่อถือและเป็นช่องทางสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของเว็บไซต์และผู้เช้าชม สังเกตุไหม… สมัยนี้เว็บทุกหมวด ผลบอลเมื่อคืน ข่าว อาหารเสริม สาระต่างๆ ทำบล็อกกันหมด สิ่งสำคัญอย่างมากในการทำเว็บไซต์คือ อย่าปล่อยให้เว็บไซต์ร้างไม่มีการการเคลื่อนไหว แต่เนื่องจากเว็บไซต์บางประเภทนั้นมีข้อมูลที่ตายตัวอยู่แล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ การมีช่องทางของบล็อกจึงเป็นทางออก และพยายามเน้นเขียนบทความโดยยึดหลักของ SEO ก็จะยิ่งได้ประโยชน์มากขึ้นด้วย

Title และ H Tags อย่าได้ซ้ำกันจำเอาไว้ให้ได้

Title และ H Tags อย่าได้ซ้ำกันจำเอาไว้ให้ได้

Title และ H Tags อย่าได้ซ้ำกันจำเอาไว้ให้ได้

ผมเคยเป็นหนึ่งในคนที่เชื่อในฝีมือตัวเองเกี่ยวกับการทำอันดับเว็บไซต์ การจัดข้อมูลต่างๆ การประมวลผลในความคิดออกมาเป็นรูปธรรมผ่านตัวเว็บไซต์ของเรา ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างให้แตกต่างรวมไปถึงมีการใช้ปลั๊กอิน SEO เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก แต่แน่นอนว่าข้อมูลเหล่านี้ก็สามารถนำมาช่วยอำนวยความสะดวกได้ตราบที่เรามีความรู้จริง และสิ่งหนึ่งที่ต้องระวังในเรื่องของ ปลั๊กอิน Yoast นั่นก็คือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของปลั๊กอินตัวนั้นเกี่ยวกับ Title Page และ Title Post

จะตั้งค่า Yoast ต้องรู้จักมันให้ดีเสียก่อน

ในการตั้งค่าแบบ advance มันสามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างตรงนี้ได้ ซึ่งหากเรามีการปรับเปลี่ยนผิดพลาด ไตเติ้ลของเว็บไซต์เรากับ H Tag ของเว็บไซต์เราอาจจะชนกันซ้ำกันก็เป็นได้ ข้อนี้ก็ต้องแล้วแต่ Theme ที่แต่ละคนใช้ด้วย จริงๆแล้วนี่คือตัวอย่างกรณีศึกษา ไม่ใช่เรื่องที่ดีนักที่ไตเติ้ลกับ H Tag มีการซ้ำซ้อนกันเพราะ H Tag ปกติจะทำหน้าที่เป็นหัวข้อย่อยๆต่างๆ ส่วน Title คือหัวข้อของหน้าเว็บเพจนั้น หากมีความเหมือนกันเป๊ะมันคงดูไม่โอเคนักในสายตาของอัลกอริทึมเสิร์ชเอนจิ้น

ทุกครั้งที่เรามีการปรับเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ ไม่ใช่เฉพาะใน WordPress แต่ในทุกเว็บไม่ว่าคุณจะใช้ CMS ในการทำเว็บอะไรก็ตาม หรือเขียนของสร้างเว็บขึ้นมาเองก็จำเป็นจะต้องตรวจสอบอยู่บ่อยครั้งว่าไตเติ้ลไม่ควรจะมีซ้ำกันกับ H Tag ไม่เช่นนั้นอันดับเว็บไซต์อาจจะไม่สามารถขึ้นในจุดสูงสุดได้เพราะมีข้อจำกัดในส่วนนี้อยู่ ทำ SEO จำเป็นจะต้องตรวจสอบดูให้ดีในทุกปัจจัยที่มีความเกี่ยวข้องและอาจส่งผลต่อระดับเว็บ

SEO Tools

เปิดประเด็นเรื่องของ Keyword เพื่อทำ SEO

การทำ SEO จำเป็นจะต้องอาศัยหลากหลายปัจจัยด้วยกัน แต่ในเรื่องของอันดับเว็บไซต์ผ่านการทำ SEO นั้น ก็แทบที่จะไม่มีความคงที่เลยก็ว่าได้ ทุกช่วงทุกเวลาย่อมมีขึ้นและมีลงแตกต่างกันออกไป แต่สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้อย่างแน่นอน นั่นก็คือ Keyword ซึ่งถือได้ว่าเป็นคำ ๆ หนึ่งที่ผู้คนต่างก็อยากจะได้คำตอบจากคำ ๆ นี้ ซึ่ง keyword เปรียบเสมือนเป็นคำที่สามารถสะท้อนให้เห็นได้ถึงปัญหา พร้อมทั้งความต้องการของคน ๆ หนึ่งร่วมด้วย โดยคำตอบที่จะได้มามักจะปรากฏอยู่บนหน้า google นั่นเอง

การค้นหา Keyword มีความสำคัญอย่างไร

หากว่าเราสามารถเลือก Keyword ได้อย่างแม่นยำ ย่อมส่งผลต่อการทำ SEO อย่างแน่นอน เพราะเปรียบเสมือนว่าเรากำลังสร้างโอกาสที่จะทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ สามารถค้นหาเว็บไซต์ของเราเจอได้มากยิ่งขึ้น และเมื่อมีคนค้นหาและเข้าเว็บไซต์ของเรามากขึ้นเท่าไหร่ โอกาสของเราผ่านการทำเว็บไซต์ก็จะมากขึ้นเท่านั้น

Keyword ที่ดีมีลักษณะอย่างไรบ้าง

Keyword ก็คือคำหลัก ๆ ที่กลุ่มเป้าหมายของเรานั้นใช้ค้นหาเพื่อให้ได้คำตอบ หากกลุ่มเป้าหมายของเราอยากจะรู้อะไรหรืออยากจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น หรืออาจจะต้องการข้อมูลเพื่อที่จะช่วยให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย สามารถตัดสินใจซื้อสินค้าได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าหากคีย์เวิร์ดตรงจุดตอบโจทย์ได้จริง ๆ ลูกค้าก็จะสามารถค้นหาเว็บไซต์ของเราได้ง่ายยิ่งขึ้น

ประเภทของ Keyword

  • Mass Keyword เปรียบเสมือนเป็นคำค้นหาหลัก ๆ ที่ตรงต่อธุรกิจของเราโดยตรง และนับได้ว่าเป็นคำกว้าง ๆ ไม่ได้มีการเฉพาะจงจงแต่อย่างใด แถมปริมาณในการค้นหาก็สูงด้วย เปรียบเสมือนเป็นคีย์เวิร์ดที่ถูกใช้ค้นหาคีย์เวิร์ดรองและคีย์เวิร์ดอื่น ๆ คู่แข่งย่อมเยอะจนทำให้ติดอันดับยากมากที่สุด
  • Nich Keyword เป็นคำที่สามารขยายความคีย์เวิร์ดหลักหรือ Mass Keyword เพราะฉะนั้นจะมีความเฉพาะเจาะจงกว่าเดิม ปริมาณในการค้นหาไม่สูงเท่าไหร่นัก
  • Longtail Niche Keyword เปรียบเสมือนเป็นคำที่เฉพาะเจาะจงลงมาอีก นับได้ว่าเป็นคำที่สามารถแสดงถึงยี่ห้อสินค้า รุ่น พร้อมทั้งทำเลที่ตั้ง รวมไปถึงความแตกต่างของธุรกิจโดยตรง

    การแบ่งตามลักษณะของคำ สามารถแบ่งแยกประเภทได้ดังนี้ คือ Commercial Keyword และ Information Keyword ในส่วนของการทำ SEO แบบจริงจัง เราควรเน้นย้ำคีย์เวิร์ดทุกคำที่เกี่ยวข้อง แต่สำหรับคีย์เวิร์ดที่เป็น Commercial Keyword ซึ่งถือได้ว่าเป็นคีย์เวิร์ดทำเงินได้นั้น คู่แข่งอาจจะมีจำนวนมากเป็นพิเศษ ส่งผลทำให้กลุ่มคนที่ทำ SEO ในปัจจุบัน หรือหวังผลที่จะขายสินค้าให้ได้ในที่สุดนั้น จำเป็นจะต้องหันไปพึ่ง google AdWords ร่วมด้วย

SEO Start

ก่อนจะทำ SEO ต้องทำอะไรบ้าง ?

การทำ SEO ย่อมส่งผลต่อเว็บไซต์ของคุณโดยตรง แต่การทำ SEO ด้วยเทคนิคและวิธีการที่เหมาะสม ย่อมส่งผลลัพธ์ที่ดีกว่า เพราะการทำ SEO เปรียบเสมือนว่าเราได้ทำการโปรโมทเว็บไซต์ของเราได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพอย่างมากที่สุด เว็บไซต์ของคุณจะสามารถขึ้นไปอยู่หน้าแรกของกูเกิลได้อย่างปลอดภัย แถมจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ก็จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ บางท่านอาจจะคิดว่าการลงทุนทำ SEO จำเป็นจะต้องใช้เงินทุนสูงต่อครั้ง แต่ขอบอกเลยว่าถ้าหากทำแล้วได้ผลลัพธ์ที่ดีจริง ถือได้ว่าเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายผ่านการทำเว็บไซต์ของคุณได้ในระยะยาวเลยทีเดียว แต่ก่อนที่คุณจะทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณ คุณจะต้องทำอะไรกับเว็บไซต์ของคุณบ้างนั้น วันนี้เรามีคำตอบในส่วนนี้มาฝากทุกท่านค่ะ

ก่อนจะทำ SEO คุณควรวางแผนให้ดีเสียก่อน

ก่อนที่คุณจะทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณ เพื่อผลักดันให้เว็บไซต์ของคุณมีอันดับที่ดียิ่งขึ้น คุณควรที่จะวางแผนให้ดีเสียก่อนว่า เว็บไซต์ของคุณจะแสดงที่ผลของการค้นหาคีย์เวิร์ดใด และคุณควรจะพิจารณาให้ดีด้วยว่า ผู้ที่จะเข้ามาชมเว็บไซต์ของคุณนั้น พวกเขาจะทำการค้นหาคีย์เวิร์ดใดบ้าง ซึ่งในส่วนนี้จะทำให้คุณได้ความแน่ชัดในเรื่องของการกำหนดคีย์เวิร์ด โดยที่คุณจะได้ชุดคีย์เวิร์ดที่ตรงจุด ซึ่งคุณสามารถทำการตรวจสอบผ่านเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือคุณในส่วนนี้ได้ อย่งเช่น กูเกิลคีย์เวิร์ดแพลนเนอร์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นเครื่องมือที่จะช่วยแสดงให้คุณได้เห็น ว่าคีย์เวิร์ดแต่ละคำนั้นมีปริมาณในส่วนของการค้นหามากน้อยขนาดไหน พร้อมทั้งแสดงถึงสภาพและลักษณะของการแข่งขัน ระหว่างเว็บไซต์ของคุณกับเว็บไซต์อื่น ๆ ว่ามีการแข่งขันสูงหรือไม่นั่นเอง

ซึ่งการแข่งขันที่ว่านี้ จะแสดงให้เห็นเฉพาะรูปแบบการแข่งขันในการซื้อโฆษณากูเกิลแอดเวิร์ดเท่านั้น แต่เมื่อคุณทราบแล้วคุณจะสามารถนำมาวิเคราะห์ และทำการประเมินสภาพการแข่งขันทางการตลาดแบบคร่าว ๆ เพิ่มเติมได้ นั่นเอง

พยายามเลือกคีย์เวิร์ดที่คุ้มค่ามากที่สุด

การประเมินสถานการณ์ทางการตลาดแบบคร่าว ๆ จากการที่คุณได้ทำการประเมินการแข่งขันระหว่างเว็บไซต์ของคุณกับเว็บไซต์อื่น ๆ ผ่านชุดคีย์เวิร์ดแล้ว ต่อจากนี้คุณควรเลือกเฉพาะคีย์เวิร์ดที่สามารถสร้างความคุ้มค่าให้กับคุณได้มากที่สุดเท่านั้น ซึ่งคีย์เวิร์ดที่คุณจะเลือกนี้จะเป็นคีย์เวิร์ดชุดหลัก ๆ ที่คุณสามารถนำมาใช้ทำ SEO ต่อไปนั่นเองค่ะ การวางแผนและการประเมินตลาดผ่านคีย์เวิร์ด ถือได้ว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก อย่างน้อยความต่อเนื่องในการทำ SEO เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี ย่อมมาจากคีย์เวิร์ดที่มีประสิทธิภาพ และมีความคุ้มค่าสำหรับเว็บไซต์ของคุณโดยตรงเพียงเท่านั้น และนี่ก็คือสิ่งที่คุณควรทำก่อนทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณ

ก่อนจ้างทำ SEO ต้องมีความรู้ให้พร้อมไว้ด้วย

ในยุคสังคมออนไลน์เฟื่องฟู การทำการตลาดออนไลน์อย่าง SEO นั้นเป็นสิ่งที่ค่อนข้างจำเป็นต่อธุรกิจทุกรูปแบบ และบริษัทที่ให้บริการในด้านการทำ SEO ก็ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด มีทั้งรับทำแบบฟรีแลนซ์ และเป็นบริษัทอย่างเป็นเรื่องเป็นราว และก็มีหลายราคาให้เจ้าของธุรกิจได้เลือกสรร ปัจจัยความแตกต่างของบริการเหล่านี้คืออะไร เจ้าของธุรกิจควรจะทราบไว้ อย่าได้เห็นแก่ราคาถูก เพราะธุรกิจของคุณอาจจะเสียหายโดยไม่รู้ตัว อย่างที่รู้กันดีว่า การทำ SEO นั้นทำได้หลากหลายทางมาก ทั้งแบบคุณภาพ และเน้นความไว ซึ่งแต่ละอย่างมีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร เรามีข้อมูลมาแนะนำให้ทราบกัน

การทำ SEO สายคุณภาพ

การทำ SEO สายคุณภาพ จะเป็นคีย์เวิร์ดพนันจำพวก 928betwin หรือกลุ่มคีย์สายขาวก็ตาม จะเร่งเวลาไม่ได้ และต้องมีองค์ประกอบในการทำค่อนข้างเยอะ เพื่อที่จะส่งเว็บของคุณไต่อันดับไปยังหน้าแรกๆ ของ Search engine เริ่มกันตั้งแต่ Network ที่ต้องเสถียร มีความแรง สามารถรองรับการเข้าถึงของ Bot จากเว็บต่างๆ ที่เข้ามาสอดส่อง ข้อมูลในเว็บของคุณ Content ต้องมีความน่าสนใจ และสอดแทรกคีย์เวิร์ดที่จำเป็นต่อการค้นหา และตรงกับความสนใจของลูกค้ามากที่สุด เว็บไซต์ควรมีทั้งความรู้ สินค้า และข้อมูลที่น่าสนใจ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงให้มากขึ้นนั่นเอง

การทำ SEO จากนอกเว็บ ถือเป็นตัวช่วยที่ดี อาจจะทำการฝากเว็บ ฝากลิงค์ ติด backlink เพื่อทำให้เข้าใจได้ว่า มีผู้คนเข้าถึง และพูดถึงเว็บเราจำนวนมาก ก็สามารถดึงคนเข้าเว็บได้ และช่วยให้เว็บติดอันดับง่ายขึ้น ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่ต้องใช้เวลาในการทำอย่างน้อย 3-6 เดือน หากใครที่รีบร้อน ว่าทำไมเว็บของคุณถึงไม่ติดอันดับซักที ก็อยากให้อดทนรอกันหน่อย ยิ่งเว็บที่มีคู่แข่งทางการตลาดสูง เช่น เสื้อผ้า รองเท้า ยิ่งต้องใช้เวลา กว่าเว็บจะไต่อันดับขึ้นมาหน้าแรกๆ ได้ จะเห็นได้ว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ กันเลยทีเดียว

SEO WordPress

การทำ SEO สายไว ใช้ Bot

หากมีบริษัทไหนที่โฆษณาว่า การทำ SEO ของเขา ทำเร็ว ติดหน้าแรกไว คุณต้องถามให้แน่นอนชัดเจน ว่าเขาเหล่านั้นใช้การทำ SEO แบบไหน เพราะถ้าไม่เก่งจริง ก็ต้องใช้วิธีสีเทาในการแลกอันดับมาอย่างแน่นอน ซึ่งหลายๆ ที่ ที่มีการบริการถูก หรือแจ้งว่าสามารถทำอันดับให้คุณภายในไม่กี่วัน คุณอาจจะต้องเจอกับหายนะที่จะตามมาภายหลังได้ เทคนิคการทำให้ SEO แบบนี้ติดอันดับอย่างรวดเร็วก็คือการสแปม ไม่ว่าจะเป็นทั้งคีย์เวิร์ด ลิงค์ต่างๆ

การทำแบบนี้ในช่วงแรกๆ อาจจะทำอันดับได้ดี แต่จะติดได้ไม่นาน ถ้ามีการตรวจสอบเจอ เว็บของคุณจะถูกแบนทันที และอันดับจะร่วงอย่างถาวร จากนั้นไม่ว่าคุณจะพาเว็บคุณไปให้บริษัท SEO ที่ไหนทำ ก็คงต้องเจอกับคำปฏิเสธแทบทุกรายอย่างแน่นอน SEO ถ้าทำดี ก็ส่งผลดีต่อธุรกิจเราเป็นอย่างมาก แต่ถ้าเจอตัวแทนที่แย่ ธุรกิจของคุณก็ไปไม่รอดได้เช่นกัน ก่อนจ้างทำ SEO ก็ควรศึกษาให้ดีก่อน เพื่อประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณเอง

SEM SEO

SEO vs SEM ความเหมือนที่แตกต่าง

เชื่อว่าทุกคนน่าจะคุ้นกับ seo กันอยู่แล้วแต่อาจจะไม่คุ้นกับ sem ซึ่ง seo คือ Search Engine Optimization และ sem Search Engine Marketing เห็นไหมว่ามันมีความเหมือน ซึ่งมันการค้นหาเหมือนกัน แต่หลายคนก็ไม่ได้สนใจเพราะมุ่งประเด็นกับอันดับเว็บไซด์หรือ seo มากกว่า แต่สิ่งที่น่าสนใจตอนนี้ sem ดูจะมีความมั่นคงมากกว่าเพราะไม่พึง google เป็นหลักและมีความไม่แน่นอนและมีความผันผวนเสมอๆ ทำให้คนทำ seo และ คนทำเว็บไซด์เครียดหนักมากและหลายคนน่าจะประสบมาแล้ว แต่ในทางกลับกัน sem นั้นไม่เน้นอันดับเพราะเน้นไปการโปรโมทมากกว่าเพราะมันเป็นการซื้อโฆษณาในเสริชเอนจิ้นต่างๆ และไม่ว่า google จะผันผวนแค่ไหนแต่ก็ไม่มีผลกับ sem

หากมองจากมุมนี้ก็น่าคิดว่า sem นั้นน่าสนใจกว่า seo แต่มันมีค่าใช้จ่ายซึ่งในบางมุมมันก็ไม่คุ้มค่า แต่หากต้องการ ทราฟฟิคดีๆมันก็ต้องเสี่ยงทั้งสองวิธี เพราะปัจจุบัน google ซึ่งเป็นเสริชเอนจิ้นที่น่าเชื่อถือนั้นได้มีการปรับระบบใหม่ๆมากและเน้นให้คนซื้อการโปรโมท ดังนั้นการทำ seo จึงยากขึ้นกว่าเดิม เว็บใหม่ๆแทบไม่ได้เกิดใน google และมีแนวทางการเข้าถึงข้อมูลใหม่ๆ ทำให้หลายคนหันไปหาแนวทางใหม่ๆและเริ่มเรียนรูปรับปรุงโดยไม่หวังพึ่งทั้ง sem และ seo แต่ไม่ว่าแนวทางจะเป็นแบบไหนการทำทั้ง sem และ seo ก็ยังน่าสนใจและสามารถช่วยให้เว็บไซด์เป็นที่รู้จักได้ในวงกว้าง

แต่หากมีการใช้แนวทางอื่นมาผสมผสาน หรือปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยก็น่าจะได้ผลดีมากขี้นเช่น การใช้โซเชี่ยลต่างๆ ให้เกิดประโยชน์ โดยการแชร์ การนำเสนอเส้นทางเข้าเว็บไซด์หรือส่งข้อมูลต่างๆให้กับกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่าตรงประเด็นกว่า และการทำเว็บไซด์ให้น่าสนใจก็จะเป็นการช่วยดึงให้คนกลับมาเข้าเว็บไซด์ เรียกได้ว่าในยุคนี้การทำ seo นั้นทำทางเดียวไม่ได้ต้องทำหลายทางและหาแนวทางใหม่ๆมาปรับประยุกต์ใช้เพื่อให้เว็บไซด์มียอดการเข้าถึงที่ดีหากหวังในอันดับของ google หรือหากต้องการหวังผลด้านอื่นๆเช่น ยอดขาย รายได้ ก็ต้องเลือกแหล่งโปรโมทที่น่าจะได้รับความสนใจ หรือ เลือกใช้ให้เป็นเพราะปัจจุบันโซเชี่ยลก็มีการแข่งขันสูง และเริ่มมีการขายโปรโมทซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายและต้องดูว่าเข้าตรงกลุ่มเป้าหมายหรือไม่และคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปด้วยหรือไม่ แน่นอนว่าทุกๆอย่างมันก็ต้องปรับกันไปตามสภาพแวดล้อมของโลกออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นการใช้ sem หรือ seo เป้าหมายสุดท้ายคือทำให้เว็บเป็นที่รู้จัก มีการเข้าถึง มีอันดับและต่อยอดไปถึงรายได้นั่นเอง

Basic SEO Onpage

ปรับแต่งบทความ SEO Onpage สำคัญขนาดไหน ?

สิ่งที่มือใหม่สาย SEO ต้องเรียนรู้อีกอย่างคือการ ปรับแต่งบทความสำหรับ SEO on page ซึ่งหมายถึงการจัดหน้าบทความที่เราจะให้แสดงผลในหน้าเว็บไซด์ จะว่าไปมันก็เหมือนกันปรับแต่งบทความใน word แต่ความสำคัญมันมีมากกว่านั้น กล่าวคือการ ปรับแต่งบทความสำหรับ SEO on page จะทำให้แสดงผลเมื่อมีการค้นหาได้ง่ายขึ้น ช่วยเร่งค่า CTR% ได้เพราะการทำ SEO on page จะมีหลายส่วนตั้งแต่การใช้คีย์เวิร์ด การปรับแต่งคีย์เวิร์ด การเขียน meta tag ซึ่งจะมีส่วนทำให้อันดับ SEO เดินไปในทิศทางที่ต้องการและการทำ On page ถือเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน ทั้งคนทำด้านนี้โดยตรง หรือต้องเกี่ยวข้องกับการทำเว็บไซด์ และอื่นที่มีส่วนกับมัน

การปรับแต่งบทความนั้นจะประกอบไปด้วยขั้นเริ่มต้นตั้งแต่การคิดแนวทางบทความ การใช้คีย์เวิร์ด การเลือกรูป และการนำเข้าเว็บไซด์เพื่อให้แสดงผล ซึ่งการปรับแต่งบทความสำหรับหน้าเว็บนั้นคือการปรับให้เนื้อหาดูสวยงามเหมาะกับหน้าเว็บ อ่านง่ายและใช้คีย์เวิร์ดและปรับส่วนต่างๆให้เหมาะสมเพื่อช่วยด้าน SEO ยกตัวอย่างง่ายๆ คีย์เวิร์ด คือส่วนที่ต้องมีการทำให้ชัดเจน แสดงให้เด่นชัดเพื่อให้ Bot เก็บข้อมูลและเมื่อมีการค้นหาคีย์เวิร์ดของเราจะถูกเห็นได้ง่าย เช่น การปรับขนาดตัวอักษร การปรับความหนาบางและลักษณะตัวอักษร การเลือกจุดวางคีย์เวิร์ดที่เหมาะสม การปรับเนื้อหาให้มีขนาดพอดีในแต่ละย่อหน้า การมีหัวเรื่องในแต่ละย่อหน้า การแทรกรูปที่มีรายละเอียดและมีคีย์เวิร์ด การแทรกลิงคภายใน หรือภายนอกเพื่อให้วิ่งไปในหน้าที่เราต้องการหรือเว็บที่เราต้องการ

แม้ว่าสิ่งเหล่านี้หลายคนบอกว่ารู้แล้วและมีตัวช่วยให้การเช็คเพื่อให้การทำ On page มีประสิทธิภาพ แต่สำหรับมือใหม่ก็อาจจะยังไม่เข้าใจและไม่รู้จุดประสงค์ในการปรับต่างๆ หรือบางคนใช้เครื่องมือในการช่วยหรือตรวจคะแนนความเหมาะสมก่อนการอัพเดท ซึ่งเครื่องมือต่างๆเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถทำ SEO ได้ง่ายขึ้น เช่นใช้ปลั๊กอิน SEO by yoast ซึ่งนิยมใช้กันมากและจะมีการตรวจแบบไฟเขียว ไฟแดง ไฟส้ม แน่นอนว่าหากติดไฟแดงคือการทำ On page นั้นไม่ผ่านก็ต้องมปรับกันที่บทความเพราปลั๊กอินตัวนี้จะจับที่บทความโดยเฉพาะและจะมีการตรวจใส่ส่วนต่างๆให้ จุดไหนติดไฟแดงแน่นอนว่าต้องแก้ไข และมันสะดวกเพราะสามารถตรวจได้รวดเร็วและใช้งานกับภาษาไทยได้เป็นอย่างดี และการใช้ ปลั๊กอินตัวนี้สามารถช่วยให้มือใหม่เข้าใจเรื่อง On page ได้เร็วและสามารถเข้าใจการปรับบทความสำหรับการทำ SEO ได้ง่ายด้วย และหากใช้ประจำจนคล่องก็จะสามารถเข้าในการใส่คีย์เวิร์ดในส่วนต่างๆได้เองโดยอัตโนมัติด้วย