จะเลือกบริษัทรับทำ SEO ต้องดูอะไรบ้าง

จะเลือกบริษัทรับทำ SEO ต้องดูอะไรบ้าง

การจ้างทำ SEO เป็นสิ่งที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะช่วยประหยัดเวลาของเจ้าของเว็บไซต์ออนไลน์ ให้สามารถนำเวลาที่มีอยู่จำกัดไปทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดได้ดียิ่งขึ้น อาทิ การวางแผน การบริหารงาน เพื่อพัฒนาองค์กรรองรับธุรกิจที่จะเติบโตขยับขยายต่อไป การเลือกบริษัทรับทำ SEO ที่มีคุณภาพ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เรามาดูกันว่ามีจุดใดบ้างที่ควรพิจารณา

1. บริษัทต้องน่าเชื่อถือ
คงไม่ดีแน่หากคุณจ้างบุคคลที่ไม่มีความรับผิดชอบ เมื่อได้รับเงินไปแล้วก็เบี้ยวงาน หรือทำสัญญาจ้างไปแล้วก็ส่งงานก็ไม่ได้ตามกำหนด อันส่งผลเสียหายทำให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณต้องพลาดโอกาสในการแข่งขันกับธุรกิจเจ้าอื่น ซึ่งตีค่าความเสียหายเป็นมูลค่าเงินไม่ได้ ในเบื้องต้นผู้เชี่ยวชาญทางการตลาดแนะนำให้จ้างบริษัทที่จดทะเบียนเป็นเป็นนิติบุคคลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อสามารถติดตามงานได้อย่างแน่นอน และหากมีปัญหาก็สามารถฟ้องร้องค่าเสียหายได้

2. มีรีวิวผลลัพธ์การใช้บริการ
ควรศึกษาความคิดเห็นของลูกค้าเก่า ๆ ของบริษัทรับทำ SEO ก่อนตกลงใจจ้างงาน ซึ่งสามารถหาข้อมูลได้จากหลายแหล่ง เช่น ผลรีวิวบนหน้าเว็บไซต์ของบริษัทนั้น ๆ หรือ ห้องกระทู้แลกเปลี่ยนความเห็นในสังคมออนไลน์ เช่น พันทิป เฟซบุ๊ก เพื่อให้คุณเห็นแง่มุมต่าง ๆ ทั้งข้อดี ข้อเสีย อย่างรอบด้านยิ่งขึ้น อย่าลืมว่าการจ้างบริษัททำ SEO ต้องทำต่อเนื่องเป็นปี ๆ จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเสมอ

3. เลือกบริษัทที่มีโปรโมชั่นราคาเหมาะสม
แต่ละบริษัทจะมีการคิดค่าใช้จ่ายแบบรายเดือนหรือรายปีต่างกันไป กรณีเป็นลูกค้าเก่าก็อาจมีราคาพิเศษให้ด้วย เจ้าของเว็บไซต์ออนไลน์ที่มีวิสัยทัศน์อยากให้ธุรกิจเติบโตแบบยั่งยืนโดยมีต้นทุนที่คุ้มค่า ควรพิจารณาคำนวณถัวเฉลี่ยค่าใช้จ่ายรายเดือนเพื่อดูความเหมาะสม เทียบกับสิ่งที่จะได้รับจากแต่ละบริษัท เพื่อเลือกเจ้าที่ดีที่สุด

4. มีความโปร่งใส
หากการทำอันดับ SEO เป็นไปตามกฎของ Google ก็การันตีได้ว่าจะไม่มีปัญหาถูกแบนตามมาหลังการเลิกจ้างทำ SEO ซึ่งกฎกติกาที่สำคัญของกูเกิ้ล ได้แก่ ต้องไม่นำข้อมูลจากบทความในเว็บไซต์อื่นมาเผยแพร่ซ้ำ ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์รูปภาพ คลิป ฯลฯ การละเมิดกฎต่าง ๆ จะทำให้ถูกลดอันดับการมองเห็นหรือถูกแบนได้ ดังนั้น ทางบริษัท SEO จึงต้องมีนโยบายแสดงความโปร่งใสในการทำงานอยู่เสมอ หากมีนโยบายนี้ ก็จะทำให้เจ้าของเว็บไซต์มั่นใจได้ดียิ่งขึ้นว่าน่าจะเป็นการทำ SEO สายขาวถูกต้องตามกฎของ Google ทุกอย่าง

การจ้างบริษัททำ SEO ให้กับเว็บไซต์ ต้องใส่ใจหลายด้าน เหมือนกำลังเลือกทีมงานที่ช่วยในการผลักดันธุรกิจออนไลน์ให้เติบโตต่อไป หากมีปัญหาในการทำ SEO จะทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก และส่งผลต่อโอกาสในการแข่งขันบนโลกอินเทอร์เน็ต

เรียนคอร์สสอน SEO ต้องดูอะไรบ้าง

เรียนคอร์สสอน SEO ต้องดูอะไรบ้าง

การเรียนรู้เรื่อง SEO สามารถทำได้หลายรูปแบบ ทั้งการเรียนรู้ด้วยตัวเองจากสื่อออนไลน์และยูทูป การลงคอร์สเพื่อเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ หรือสอบถามจากบริษัทที่จ้างทำ SEO ในระหว่างการจ้างงาน สำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาเว็บไซต์ SEO ของตัวเองอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ เรามีคำแนะนำเพื่อให้การเลือกคอร์สเรียนของคุณมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นดังนี้

1. เลือกจากเว็บไซต์รับสอน SEO อันดับบน ๆ จากการหาใน Google : เว็บไซต์ที่ถูกสืบค้นได้ในอันดับ 1-3 ของหน้าต่าง Google เป็นแหล่งที่คุณจะมั่นใจได้ว่า กำลังจะได้เรียนกับผู้เชี่ยวชาญในการทำ SEO ที่ประสบความสำเร็จจริง ๆ และจะลดความเสี่ยงในการถูกผู้สอนมือสมัครเล่นที่มีประสบการณ์น้อยสอน อันจะทำให้คุณไม่ได้รับการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ หรือไม่สามารถตอบคำถามที่คุณสงสัยได้ ผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์การทำเว็บไซต์ออนไลน์มาสักระยะหนึ่งแล้ว จะรู้ว่าการเลือกบริษัทหรือครูผู้สอนที่มีความสามารถในการแก้ปัญหาเป็นเรื่องสำคัญมาก

2. ดูจากประสบการณ์การสอนด้าน SEO : มีบริษัทมากมายที่ปรับเปลี่ยนตัวเองจากบริษัทด้านไอทีหรือกราฟิกคอมพิวเตอร์ มาเปิดคอร์สสอนทาง SEO เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้คน ซึ่งการสอนให้ผู้เรียนเข้าใจด้าน SEO จำเป็นต้องใช้ทักษะที่แตกต่างกัน คุณจึงควรเข้าไปดูผลรีวิวการเรียนการสอนจากนักเรียนในแต่ละคอร์ส โดยเลือกหลักสูตรที่เปิดมาแล้วหลายรุ่น หากเสียงตอบรับเป็นไปในทางที่ดี ก็จะทำให้คุณมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

3. ขนาดกลุ่มเรียนรู้ : ถ้าคุณต้องการเรียนรู้อย่างรวดเร็ว ควรศึกษาพื้นฐานการทำ SEO จากหนังสือมาบ้างและเลือกคอร์สที่สอนแบบตัวต่อตัว หรือกลุ่มขนาดเล็กไม่เกิน 5 คนต่อครูสอน 1 คน เพื่อให้สามารถดูแลเอาใจใส่ผู้เรียนได้อย่างทั่วถึง

4. ชั่วโมงเรียนรู้และบริการหลังการสอน : ควรมีระยะเวลาในการสอนที่เหมาะสม เช่น 8 ชั่วโมงต่อวัน ต่อเนื่อง 2-3 วัน เป็นต้น ทั้งมีระบบบริการหลังการสอน เช่น มีการให้ดูคลิปสอนย้อนหลังผ่านทางอินเทอร์เน็ต มีช่องทางพิเศษให้ศิษย์เก่าสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากอาจารย์ได้ เพราะในการทำงานด้าน SEO นั้น จะมีปัญหาและรายละเอียดต่าง ๆ ที่คุณต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเป็นระยะ

5. คิดค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม : คุณต้องเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายว่าแบบใดที่เหมาะสม เช่น ความยากง่ายของหลักสูตร ประสบการณ์ของครูผู้สอน รวมถึงบริการต่าง ๆ ที่มีเสริมให้ ถ้าคุณเลือกคอร์สที่ราคาต่ำที่สุด คุณอาจจะไม่ได้รับประโยชน์ที่จะตามมาในภายหลังอีกมากมายได้

การเลือกเรียนคอร์สสอน SEO ที่ดี มีประเด็นที่ต้องพิจารณาหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องของคุณภาพของครูผู้สอน เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านใส่ใจพิจารณาบริษัทหรือครูผู้สอน SEO ที่ดีที่สุดสำหรับตัวคุณ เพื่อให้การทำเว็บไซต์ของคุณประสบความสำเร็จได้อย่างที่ต้องการรียน

เหตุผลที่คุณควรทำ SEO เมื่อคิดขายของออนไลน์

เหตุผลที่คุณควรทำ SEO เมื่อคิดขายของออนไลน์

ตลาดในยุคดิจิทัลมีความแตกต่างจากการทำการตลาดแบบดั้งเดิมที่เป็นโฆษณาทางสื่อโทรทัศน์ สื่อวิทยุ หนังสือพิมพ์หรือแผ่นป้ายโฆษณาต่าง ๆ และเมื่อย้อนไป 15 ปีที่แล้ว หลายคนต่างก็มีคำถามในการทำธุรกิจออนไลน์ว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ คำตอบที่ได้ คือ มีหลายช่องทางโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Google, Youtube, Instagram เว็บไซต์โดยเฉพาะการทำ SEO ที่ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีอันดับที่ดีขึ้นใน Google search ส่งผลให้การทำธุรกิจออนไลน์ไปถึงเป้าหมายที่คุณได้วางไว้ เช่น ยอดคนดู รายได้หรืออื่น ๆ

ทำให้ผู้คนสนใจสั่งซื้อสินค้ามากขึ้น

การทำ SEO ช่วยดึงผู้คนจาก Google ที่ได้เสิร์ชคีย์เวิร์ดเกี่ยวกับธุรกิจของคุณที่อยู่หน้าแรก ทำให้เข้ามาในเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอทุก ๆ เดือน เพื่ออ่าน Title และ description แล้วเจอสินค้าและบริการ จากนั้นอาจจะมีการติดต่อเพื่อสอบถามการสั่งซื้อสินค้า

ใช้ต้นทุนต่ำที่สุดในระยะยาว

การตลาดออนไลน์มีบทบาทที่สำคัญอย่างมากสำหรับร้านค้า ธุรกิจหรือองค์กรอะไรก็ตาม หากคุณได้ทำการตลาดอยู่ตอนนี้และต้องการที่จะใช้เงินน้อยที่สุด การทำ SEO ก็จะช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการทำ Google Adwords หรือการโฆษณาที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายทุกครั้งเมื่อมีคนเข้ามาคลิกลิงก์ต่าง ๆ ของคุณบน Google นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มผู้คนให้เข้าเว็บไซต์ ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อยอดขายให้สูงมากขึ้นแบบใช้ต้นทุนต่ำที่สุดในระยะยาว ถือว่าเป็นกลยุทธ์หลักในการใช้ทำธุรกิจออนไลน์อย่างคุ้มค่าที่สุด

SEO ช่วยต่อยอดสื่อโซเชียลประเภทอื่น ๆ

การทำ SEO เว็บไซต์ติดอันดับสามารถไปต่อยอดไปยัง Facebook ได้หรือในทางกลับกัน Facebook ช่วยทำให้เว็บไซต์ดีขึ้น เห็นเว็บบอลส่วนใหญ่มีการแชร์ข่าวฟุตบอลลงตามเพจแล้วดึงคนคลิกมายังเว็บไซต์ รวมถึงยังทำให้ยอดวิวของ Youtube เพิ่มขึ้นอีกด้วย เพียงนำ Youtube มาแปะเว็บไซต์ของคุณที่ติดอันดับ แสดงให้เห็นว่าเป็นการทำการตลาดออนไลน์ที่ใช้สื่ออินเทอร์เน็ตประเภทอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Google, Youtube เข้ามาช่วยในการโปรโมทสินค้าและบริการ

การทำธุรกิจออนไลน์ผ่าน Google เป็นหลักนั้น เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็สามารถทำคู่กันระหว่าง SEO กับ Google Ads ด้วยการเน้นวิเคราะห์คีย์เวิร์ดเพื่อหากลุ่มเป้าหมายแล้วนำมาทำเนื้อหาลงในเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งลักษณะของการออกแบบเว็บไซต์ที่ดีในการทำ SEO ก็มีความสำคัญอย่างมากเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้ใช้งาน โดยทำให้มีโครงสร้างข้อมูลที่เข้าใจง่ายและมีความน่าเชื่อถือ ก็จะมีโอกาสติดอันดับที่ดีในผลการค้นหามากขึ้น

กลยุทธ์ SEO 2019

SEO จำเป็นไหม สำหรับคนทำเว็บไซต์ขายของปี 2019

การทำเว็บไซต์ขายของในโลกออนไลน์เป็นที่นิยมมาตลอดหลายปีมานี้ ซึ่งในปี 2019 มีการวิเคราะห์ว่าจะมีความเข้มข้นในสถานการณ์การแข่งขันของโลกเสมือนที่มากขึ้นกว่าเดิม จึงมาสู่การหากลยุทธ์ในการนำเสนอเว็บไซต์ของแต่ละแบรนด์เพื่อให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย และนำมาซึ่งคำถามที่ว่าการทำ SEO ยังจำเป็นหรือไม่ในปีนี้

SEO คือ อะไร ?

การทำ SEO หรือ search engine optimization เป็นเทคนิคในการพัฒนาเว็บไซต์แบบดั้งเดิมให้มีความทันสมัยทั้งในด้านของโครงสร้าง องค์ประกอบ และส่วนของเนื้อหาสาระที่มีประโยชน์ต่อผู้เข้ามาชม ซึ่งการจะมียอดขายในระยะยาวที่ดีเพียงใด ก็ ต้องขึ้นกับความสม่ำเสมอ และคุณภาพของเว็บไซต์ที่ต้องรักษามาตรฐานไม่ให้ต่ำกว่าคู่แข่งทางธุรกิจในสินค้าหมวดเดียวกัน

ความยุ่งยาก และความจำเป็นที่ต้องทำ SEO

การทำ SEO ไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเองเพียงคนเดียวทั้งหมด เนื่องจากมีทั้งส่วนของOn-page SEO และ Off-page SEO ที่ต้องดูแล แต่ก็ไม่ต้องวิตกกังวลไป เนื่องจากมีบริษัทเอกชนจำนวนมากพร้อมให้บริการใสในการดูแลเรื่อง SEO อย่างเป็นระบบ และสามารถแสดงผลการเข้าชม หรือ traffic ที่เพิ่มขึ้นให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นรายวัน เพื่อยืนยันว่ามีการพัฒนาเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องจริง ๆ

และเนื่องจากระบบ algorithm ของ search engine มีวิธีการคิดคำนวณที่เฉพาะตัว ไม่สามารถทำการบังคับได้ว่าจะให้แสดงผลของเว็บไซต์ใดเป็นลำดับ top 10 ในหน้าต่างการสืบค้น จึงเป็นความยุติธรรมต่อทุกฝ่ายที่ใครก็ตามที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาเว็บไซต์ให้มีคุณสมบัติตาม SEO ที่ search engine กำหนดเป็นแนวทาง และมีความสม่ำเสมอในการผลิต content SEO ที่มีคุณภาพมานำเสนอผู้ชม จะได้พุ่งขึ้นสู่อันดับสูงตามความนิยมของผู้ชมที่มีการค้นหาคีย์เวิร์ด SEO ต่าง ๆ ใน google yahoo ราวสามล้านครั้งต่อวัน

การทำ SEO คุ้มค่าไหมในปี 2019

การทำ SEO ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจ้างงาน โดยมักมีการเซ็นต์สัญญาเป็นรายเดือน หรือรายปี ซึ่งผลที่ได้ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป จึงจะเห็นว่าอันดับในการสืบค้นผ่านหน้าจอ search engine ที่มุ่งหวังเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้หากเป็นธุรกิจที่มีอัตราการแข่งขันสูง หรือที่เรียกว่าเป็น red ocean เช่น การท่องเที่ยว การโรงแรม หรือสินค้าจำพวกเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ อาหารเสริมสุขภาพ ฯลฯ ที่มีหลายแบรนด์ระดมทีมในการพัฒนาเว็บไซต์ให้เป็นระบบ SEO เหมือนกัน ก็อาจต้องใช้เวลาในการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนเป็นปี ๆ ได้

ดังนั้น การทำเว็บไซต์ให้เป็น SEO จะมีความคุ้มค่าและความจำเป็นเพียงใดขึ้นอยู่กับแนวทางการทำธุรกิจ การวางแผน และเป้าหมายในการทำเว็บไซต์ ที่ต้องมีความชัดเจน ยังไงซะสมัยนี้หลายธุรกิจ แทงบอลออนไลน์ ขายครีม เครื่องสำอางค์ ก็ต้องเน้นหาลูกค้าทุกช่องทางอยู่แล้ว อย่าลืมว่า ยังมีเทคนิคอีกหลายวิธีในการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ จึงควรเปรียบเทียบแต่ละแบบให้ดีเสียก่อนเสมอ

ทำไมบทความ SEO จึงสำคัญนัก

ทำไมบทความ SEO จึงสำคัญนัก?

ทำไมบทความ SEO จึงสำคัญนัก

SEO หรือ search engine optimization เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับนักธุรกิจออนไลน์ต้องเรียนรู้ เพื่อสร้างเว็บไซต์ขายสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและสามารถถูกสืบค้นได้เป็นอันดับต้นๆ ของระบบการค้นหา อย่าง ยาฮู กูเกิ้ล บิง และการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของสินค้าให้ได้นับว่าเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจหากจะทำเว็บไซต์ SEO ที่ได้ผลลัพธ์ทั้งภาพลักษณ์ที่ดีและยอดรายได้ที่งดงามในระยะยาว

การเลือกคีย์เวิร์ด SEO ให้ตรงกับลูกค้าเป้าหมาย เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องวิจัยตลาดด้วยโปรแกรมที่สามารถดาวน์โหลดได้ และอาจต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเพื่อการอัพเดตคีย์เวิร์ดยอดนิยมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หรือการหาคีย์เวิร์ดด้วยหลักการคิดเสมือนว่าเราก็เป็นลูกค้าคนหนึ่ง หากเราไปนั่งกลางใจลูกค้าได้ ก็จะรู้ว่าพื้นฐานความต้องการสินค้าคืออะไร เช่น จะขายกระทะรุ่นใหม่ที่มีคุณสมบัติทอดได้ไร้น้ำมัน ก็ต้องนำคุณสมบัติที่โดดเด่นนี้ไปนำเสนอ สร้างเป็นคีย์เวิร์ดที่ทั้งโดนใจลูกค้าที่ใจใส่เรื่องสุขภาพและยังตรงกับสินค้าของบริษัทด้วย

การทำ SEO ไม่ได้เน้นที่ traffic หรือจำนวนคนอ่านเพจ หรือเพียงเข้ามาคลิกดูแล้วจากไป เหมือนมีคนเดินเข้ามาในร้าน 100 คน แล้วซื้อเพียง 10 คน เพราะนั่นคือการตลาดรุ่นเก่าที่นิยมใช้ลิ้งค์ หรือใช้คีย์เวิร์ดซ้ำๆ จนมีความเป็นขยะในสายตาของระบบอัลกอริทึ่มของ search engine (ปัจจุบันกูเกิ้ลใช้ ระบบ PANDA ในการตรวจสอบบทความ SEO ด้านนี้) การทำ SEO จึงมุ่งเน้นว่าต้องเสนอสินค้าและบริการให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่มองหาผลิตภัณฑ์นั้นพอดี 10 คน ก็จะมีโอกาสขายได้ทั้ง 10 คน (หากสินค้ามีคุณสมบัติ ราคาและการบริการส่งหรือหลังการขายที่ตอบโจทย์) จึงเป็นระบบที่ win-win กันทุกฝ่าย

สาเหตุที่ระบบสืบค้นหรือ search engine ต้องใส่ใจในการตรวจสอบคุณภาพของบทความ SEO นั้น เพราะสัมพันธ์กับการฟีดแบคกลับมาของลูกค้าในระยะยาว หากการสืบค้นหลายครั้ง หลายคีย์เวิร์ดเจอแต่ผลลัพธ์ที่ไม่ตรงกับความต้องการ ไม่พบเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาน่าอ่าน ให้ประโยชน์สาระเพียงพอต่อการสละเวลาอ่านของลูกค้า ก็จะทำให้สุดท้ายลูกค้าของ search engine เอง ก็จะย้ายแบรนด์ไปใช้ platform อื่น เช่น กูเกิ้ล เปลี่ยนไปใช้ ยาฮู เป็นต้น ส่งผลเสียทั้งต่อธุรกิจและภาพลักษณ์ของระบบ search engine เอง และต้องใช้เวลาอีกนานกว่าการรื้อฟื้นชื่อเสียงและสร้างทัศนคติใหม่ให้ลูกค้ากลับมาใช้งานอีก

ระบบการตรวจสอบบทความ SEO จึงมีประโยชน์ในการสกัดกั้นเว็บไซต์ตกมาตรฐาน ไม่หมั่นอัพเดต และเน้นแต่การใช้คีย์เวิร์ดใส่ลงบทความโดยขาดคุณภาพของงาน แต่ขณะเดียวกันก็ช่วยส่งเสริมให้เว็บไซต์ของธุรกิจที่มุ่งมั่น ได้ยกระดับตัวเองและมีโอกาสสืบค้นในอันดับต้นๆ ได้ โดยไม่ถูกผูกขาดแน่นอน

กระแสโลกด้วย เทรนด์ SEO

จับตากระแสโลกด้วย เทรนด์ SEO

จับตากระแสโลกด้วย เทรนด์ SEO

กระแสหรือทิศทางโลกในปัจจุบัน สามารถดูได้จากการสืบค้นบทความ หรือ content ที่ตอบโจทย์ความสนใจของผู้คน ไม่ว่าเป็นเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง สังคม เทคโนโลยี แฟชั่น ฯลฯ ที่การเชื่อมโยงของระบบออนไลน์ จะทำให้ส่งอิทธิพลต่อความคิด ทัศนคติของผู้คนเป็นวงกว้างในเวลาชั่วข้ามวัน

จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่เราต้องศึกษาเทรนด์การตลาด SEO เพื่อการปรับปรุงเว็บไซต์ ทั้งส่วนโครงสร้างและเนื้อหาต่าง ๆ ให้ทันสมัยอยู่เสมอ ที่สำคัญจะทำให้เว็บไซต์ที่ปรับตัวตามหลัก SEO ยุคใหม่ สามารถพุ่งทะยานสู่อันดับต้น ๆ ของ GOOGLE RANK ด้วย

จับตา ด้วย เทรนด์ SEO

การปรับโฉมของ UX กับเทคนิค SEO

เป็นการประยุกต์สองศาสตร์แห่งเทคโนโลยีอย่าง User experience กับ Search Engine Opitimization เข้าด้วยกัน โดยทำให้เว็บไซต์ที่ติดตั้ง AMP หรือ Accelerated mobile Page ซึ่งเป็น html แบบใหม่ในการสืบค้นเนื้อหาผ่านหน้าต่างของกูเกิ้ลเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีอันดับดีขึ้น เนื่องจากมีค่า CTR (Click through rate) หรืออัตราการคลิกผ่านเพิ่มขึ้นนั่นเอง

การแข่งขันด้านคุณภาพของบทความ

การเช็คความซ้ำหรือ plagiarism เป็นสิ่งสำคัญในการคัดกรองบทความที่มีคุณภาพ และไม่มีการคัดลอกงานซ้ำจากที่อื่น ๆ ทำให้เว็บไซต์ที่อัดแน่นด้วยบทความเหล่านี้เป็นที่นิยมและมีอันดับสูง ซึ่งในอดีตจะเน้นที่ความยาวบทความให้ยาวเกือบสองพันคำ ซึ่งพบปัญหาการใส่เนื้อหาที่ไม่สัมพันธ์และมีความพยายามยัดเยียด keyword SEO มากเกินไป

การใช้ระบบเสียง หรือ voice search

การใช้เทคโนโลยีด้านคำสั่งเสียงในการสืบค้น เรียกได้ว่าเป็นเทรนด์ที่มีเปอร์เซ็นต์สูงในการทำให้เว็บไซต์ที่พัฒนาต่อยอดในการทำเนื้อหาแบบ Podcast ติดตลาดการสืบค้นที่ดียิ่งขึ้นในอนาคต

การนำเสนอในรูปแบบวีดีโอดึงดูดผู้ชม

การนำเสนอบทความ SEO ในประเด็นที่คนทั่วโลกกำลังสนใจในรูปแบบวีดีโอ เป็นวิธีการที่ดึงดูดใจผู้ชมมากกว่าการให้อ่านบทความประกอบภาพแบบธรรมดา เทียบได้กับเทคโนโลยี VR หรือ virtual reality ในเกมส์ที่เพิ่มความตื่นตาตื่นใจด้วยรูปแบบและสีสันที่แตกต่างไปจากเดิม

การให้ผู้ชมเป็นผู้กำหนดทิศทางคอนเทนต์ SEO

เป็นเทรนด์ที่ได้รับผลตอบสนองอย่างเยี่ยมยอดจากผู้ชม โดยเฉพาะการนำเสนอในรูปแบบไลฟ์สดหรือการสร้างโพลล์ เพื่อให้ผู้ดำเนินรายการจับประเด็นและดีไซน์การนำเสนอให้น่าสนใจและเป็นอัตลักษณ์ของตัวเอง ตัวอย่างเช่น การถามผู้ติดตามในเพจตัวเองว่าชอบแบบซ้ายหรือขวา ถ้าชอบซ้ายกด LIKE ถ้าชอบขวากด LOVE แล้วนำผลด้านที่มากกว่าเป็นประเด็นนำเสนอในเนื้อหา episode ถัดไป เป็นต้น

เทรนด์ SEO

จะเห็นได้ว่า เทคนิคการทำ SEO สำหรับเว็บไซต์ที่ต้องการสร้างฐานลูกค้าประจำและทำให้เกิดผู้ติดตามใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ต้องมีการพัฒนาและต่อยอดไปเรื่อย ๆ ตามเทรนด์ความสนใจของผู้ใช้เว็บไซต์ซึ่งย่อมส่งผลความนิยม อันดับในการสืบค้นและรายได้ที่งดงามในระยะยาวแน่นอน

8 ประโยชน์ของการทำ SEO

8 ประโยชน์ของการทำ SEO

8 ประโยชน์ของการทำ SEO

การทำ SEO ในปัจจุบัน เป็นเรื่องปกติของธุรกิจออนไลน์ แต่ก็ยังมีหลายคนที่สงสัยว่าจำเป็นหรือไม่? เนื่องจากการจ้างทำ SEO ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น หรือนับเป็นอีกหนึ่งต้นทุนของบริษัท ซึ่งแน่นอนว่ากระทบต่อเปอร์เซ็นต์กำไรที่ควรจะได้ เราจึงได้รวบรวม 8 ข้อดี ของการทำ SEO มาให้คุณพิจารณาเพื่อสำรวจว่าธุรกิจของคุณได้ประโยชน์ทั้งแปดข้อ ครบถ้วนหรือไม่ ดังนี้

ข้อดีของการทำ SEO

1. ลดค่าโฆษณา

การจ้างทำ SEO มีค่าใช้จ่ายโดยรวมถูกกว่าการจ้างโฆษณาแบบอื่นไหม ไม่ว่าจะเป็นแบนเนอร์ หรือแบบจ่ายตามการคลิ๊ก “pay per click”

2. สร้างภาพลักษณ์ธุรกิจที่ดีขึ้น

การทำ SEO จะทำให้เว็บไซต์พุ่งอันดับสูงขึ้น ซึ่งสัมพันธ์กับความรู้สึกหรือหลักทางจิตวิทยาที่คนเรารวมถึงลูกค้าของคุณย่อมรู้สึกว่ามีเครดิตน่าเชื่อถือดีกว่าเว็บไซต์ที่อยู่อันดับถัด ๆ ลงไป

3. เกิดการจัดระเบียบภายในเว็บไซต์

การจะถูกจัดอันดับให้ search หาได้ง่ายขึ้น ด้วย ยาฮู กูเกิ้ล จำเป็นต้องมี การจัดระเบียบภายในของ code ให้เหมาะสมกับการทำงานของ Robots ซึ่งการจ้างทำ SEO จะทำให้เกิดการแก้ไขจุดนี้ไปโดยปริยาย

4. หมุนทำเล

การทำ SEO เพิ่มโอกาสจับจองทำเลออนไลน์บนหน้าการค้นหาที่ดีขึ้น ทำให้ลูกค้ามีโอกาสได้เห็นชื่อและข้อมูลของเว็บไซต์เรามากขึ้น จึงเพิ่มเปอร์เซ็นต์ลูกค้าหน้าใหม่ได้อย่างมาก

5. ยิงตรงเป้าหมาย

SEO สัมพันธ์กับการเลือกใช้คีย์ หรือ Keywords ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเลือกลูกค้าเป้าหมายที่จะได้อ่านเพจ

6. ได้เปิดตัว

การทำสินค้าหรือบริการที่มีคู่แข่งประเภทเดียวกันมาก ย่อมต้องมีกล่มผู้นำในธุรกิจที่ลูกค้าคุ้นชื่อหรือติดตลาดอยู่ หากเราไม่ทำ SEO จะทำให้แทบไม่มีโอกาสได้ “เจอ” หรือ “เปิดตัว” กับลูกค้าได้เลย การจ้างทำ SEO เป็นเสมือนการ PR ตัวเองที่ดี ทำให้ลูกค้าได้คุ้นหูคุ้นตากับแบรนด์คุณบ้าง

7. เพิ่มลูกค้าต่างชาติ

การทำ SEO และออกแบบชื่อ URL ที่เหมาะสม จะช่วยให้ได้ฐานลูกค้าใหม่ที่ใช้ภาษาอังกฤษ (หรือภาษาอื่น) เป็นภาษาหลักได้ การปรึกษากับผู้รับจ้างทำ SEO เว็บไซต์ที่มีประสบการณ์และมีความเป็นมืออาชีพจะช่วยให้คุณ “GO INTER” ได้อย่างรวดเร็ว คุ้มกับค่าใช้จ่ายแน่นอน

8. รักษาฐานเก่า

การทำให้ลูกค้าเก่าที่มีอยู่เดิมได้เห็นชื่อและเห็นแนวทางการอัพเดตที่ทันสมัยขึ้นเรื่อย ๆ ของบริษัทคุณ จะทำให้ลูกค้ารู้สึกอุ่นใจและไว้วางใจในการซื้อสินค้า โดยเฉพาะสินค้าหรือบริการที่ต้องการการบริการหลังการขาย เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า การซื้อตั๋วทัวร์ หรื่อเที่ยวบิน ฯลฯ ที่อาจมีปัญหาตามมาได้ เพราะลูกค้ารู้สึกว่าบริษัทที่มีการอัพเดตบ่อย ๆ ย่อมมีความใส่ใจและแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้รวดเร็วกว่านั่นเอง

หากธุรกิจของคุณได้ประโยชน์ จาก SEO ครบทั้ง 8 ข้อนี้ เชื่อว่าย่อมมีความคุ้มค่าเกินราคาค่าจ้างทำ SEO แลกกับการเติบโตของธุรกิจที่รวดเร็วเหนือคู่แข่งอย่างแน่นอน

ข้อดีของการทำ SEO

การสร้างลิงค์ภายนอกเว็บไซต์สำคัญกับการทำ SEO

การสร้างลิงค์ภายนอกเว็บไซต์สำคัญกับการทำ SEO

การสร้างลิงค์ภายนอกเว็บไซต์สำคัญกับการทำ SEO

การสร้างลิงค์ภายนอกเว็บไซต์ (Backlink) เป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการทำ SEO ที่มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ และช่วยส่งเสริมกันกับการเชื่อมโยงเนื้อหาภายในเว็บไซต์ด้วย เพราะการเชื่อมโยงเว็บอื่นย้อนกลับมาที่เว็บไซต์ของเราเป็นการตอกย้ำถึงคุณภาพและความน่าเชื่อถือ มีผลต่อการจัดอันดับที่ดีขึ้นในเครื่องมือค้นหาด้วย แต่การเชื่อมโยงต้องมีความเกี่ยวข้องกันอย่างแท้จริง ถ้าสร้างลิงก์จำนวนมากโดยไม่เกี่ยวข้องกัน หรือสร้างลิงก์กับเว็บไม่มีคุณภาพเพื่อหวังปริมาณเท่านั้น อาจกลายเป็นผลลบและทำผิดกฎของเครื่องมือค้นหา เพราะถ้าไปเลือกลิงก์กับเว็บไม่มีคุณภาพ จะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม อาจโดนหางเลขทำให้ถูก Google ตัดชื่อออกไม่ให้อยู่ในดัชนีการค้นหา ไม่คุ้มกันอย่างแน่นอน

ดังนั้น จำเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการทำลิงก์ภายนอกอย่างถูกต้อง ดูว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำแล้วเกิดผลบวกหรือผลลบ ต้องคัดเฟ้นเลือกเว็บที่เกี่ยวข้องและมีคุณภาพด้วยความใส่ใจเพื่อให้ทำลิงก์อย่างปลอดภัยและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่เว็บไซต์ มีผลให้ติดอันดับต้น ๆ ในการค้นหาบนเสิร์จเอนจินต่างๆ ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดคือการสร้างลิงก์ภายนอกจะเพิ่มปริมาณผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ เพราะลิงก์จะย้อนกลับมาที่เว็บไซต์เป็นการเพิ่มจำนวนผู้ชมอย่างเป็นธรรมชาติ ยิ่งเราเรียนรู้เกี่ยวกับการทำ SEO มากเท่าไร มีโอกาสที่จะเพิ่มความน่าเชื่อถือตามเป้าหมายที่ต้องการมากเท่านั้น

ปัจจัยการสร้างเว็บลิงก์ภายนอกเชื่อมโยงกลับมาที่เว็บของเรา มีดังนี้

-ความเกี่ยวข้องของเนื้อหา การสร้างลิงก์เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ภายนอกที่จะสร้าง Backlink อย่างน้อยจะต้องอยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน เป็นธุรกิจประเภทเดียวกัน มีสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้องกัน

-ความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ ก่อนอื่นต้องพิจารณาว่าเว็บไซต์นั้นนำเสนอข้อมูลที่เป็นจริง มีประโยชน์ เนื้อหามีความน่าเชื่อถือ มีการเข้าชมและใช้งานสม่ำเสมอ จำนวนผู้ชมไม่น้อยเกินไปจนผิดสังเกต ถ้าเป็นเว็บไซต์ยอดนิยมอยู่แล้วจะยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือ ไม่เพียงส่งผลให้เว็บติดอันดับการแสดงผลการค้นที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่มีโอกาสที่ผู้ชมเว็บนั้นจะคลิกย้อนกลับมาชมเว็บไซต์ของเรามากขึ้นด้วย

ปัจจัยการสร้างเว็บลิงก์ภายนอก

-คีย์เวิร์ดและข้อความที่ใช้ทำ Backlink การเลือกคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมสำหรับการแทรกในบทความจะต้องรู้วิธีการเลือกที่ดี มีคำหลากหลาย ไม่ใช้คำทั่วไป แต่เป็นวลีที่มีคำขยายแบบเฉพาะเจาะจง เน้นการเชื่อมโยงกับเว็บไซต์ภายนอก แสดงให้เห็นมีความเกี่ยวข้องกันเป็นผลบวกในการทำ SEO

การสร้างลิงก์ไม่จำเป็นต้องใช้กับเว็บไซต์อย่างเดียว สามารถเชื่อมลิงก์กับโซเชียลมีเดียต่าง ๆ โดยการสร้างลิงก์กับคีย์เวิร์ดและบทความที่โพสต์ลงใน Facebook , Twitte r, Line และสื่อออนไลน์ต่าง ๆ นอกจากจะสร้าง Traffic ทำให้มีจำนวนผู้ชมเพิ่มขึ้นแล้ว ยังเพิ่มช่องทางการเผยแพร่บทความและสร้างลิงก์ภายนอกให้ย้อนกลับสู่เว็บไซต์มากขึ้น คอยติดตามผลลัพธ์ว่ามีความก้าวหน้าอย่างไร พยายามปรับปรุงคุณภาพของคอนเทนต์และคีย์เวิร์ดให้เกิดผลลัพธ์ดีที่สุด การทำ SEO เว็บไซต์ของคุณให้โดดเด่นในเครื่องมือค้นหาจะประสบความสำเร็จแน่นอน

SEO อาจไม่เหมาะสมสำหรับธุรกิจบางกลุ่ม

เหตุผลที่ SEO อาจไม่เหมาะสมสำหรับธุรกิจของคุณ

หลายคนคิดว่าการเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องมือการค้นหา SEO เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจทุกประเภท เหมือนกับการมีช่องทางติดต่อทางอีเมล์ เฟซบุ๊ก ไลน์ และอื่นๆ แต่ในความเป็นจริง SEO ไม่ใช่สิ่งที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการทางธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กที่มีงบประมาณทางการตลาดค่อนข้างน้อย หากเงื่อนไขเรื่องค่าใช้จ่ายในการจ้างทำ SEO หรืออยากเรียนรู้ทำด้วยตนเองเพื่อความประหยัด แต่ขาดความชำนาญและไม่มีเวลาด้วย ติดขัดเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง คงจะดีกว่าถ้าคุณเบนเข็มไปลงทุนในแคมเปญการตลาดอื่นที่ไม่ใช่ SEO เหตุผลที่ SEO อาจไม่เหมาะสมสำหรับธุรกิจของคุณ มีอะไรบ้างมาดูกัน

ปริมาณค้นหาคีย์เวิร์ดน้อย

การจัดอันดับเว็บไซต์ที่ติดหน้าแรก Google จะไม่ให้ความสำคัญกับคีย์เวิร์ดหลักที่มีจำนวนการค้นหาเพียงไม่กี่ครั้งต่อเดือนเท่านั้น หากคำหลักหรือคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณมีปริมาณน้อยมาก เว็บไซต์ของคุณจึงไม่น่าจะเข้าถึงจำนวนลูกค้าได้มากนักตามเงื่อนไขการจัดอันดับของ Google การลงทุน SEO อาจจะไม่เหมาะกับบริษัทของคุณ ลองประเมินดูก่อนก็ได้ โดยติดตามยอดขายและรายได้ว่าเพิ่มขึ้นมากหรือไม่หลังจากทำ SEO แล้วประเมินผลลัพธ์ตามนั้น

ลูกค้าตลาดเล็กในท้องถิ่น

หากธุรกิจของคุณเจาะลูกค้าตลาดขนาดเล็กหรือขนาดกลางในท้องถิ่น เช่น ร้านทันตกรรม ร้านอาหาร คิดจะทำเว็บไซต์ตามมาตรฐาน SEO คงไม่คุ้ม เพราะคีย์เวิร์ดของคุณมีกลุ่มเป้าหมายเจาะจงเกินไป ไม่จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์ผลตอบแทนจากการลงทุน ในสถานการณ์เช่นนี้ให้พิจารณาวิธีการทำ SEO เจาะเฉพาะท้องถิ่นซึ่งใช้เทคนิคแตกต่างจาก SEO มาตรฐานที่เจาะตลาดในวงกว้างระดับประเทศ

การแข่งขันรุนแรงเกินไป

หากงบประมาณการ SEO สูงสุดของคุณคือ 30,000 บาทต่อเดือน ต้องแข่งขันกับคู่แข่งที่มีงบประมาณมากถึง 600,000 บาทต่อเดือน ก็ยากที่จะมีโอกาสไต่อันดับขึ้นไปอยู่หน้าแรก ต่อให้คุณวางแผนการทำ SEO ได้ดี โดยเฉพาะคีย์เวิร์ดและโครงสร้างเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพมาแล้วก็ตาม เช่น ธุรกิจเล็ก ๆ ที่คิดจะแข่งขันในวงการประกันภัยและธนาคาร จะมีผู้เล่นรายใหญ่เพียงไม่กี่รายที่มีทุนหนามาก ถ้าจะพยายามสู้ให้ได้ ต้องศึกษาเทคนิคใช้คีย์เวิร์ดและวิเคราะห์การแข่งขันอย่างเจาะลึกให้มีช่องทางเข้าไปแทรกชิงส่วนแบ่งตลาดได้สำเร็จในที่สุด

งบประมาณของคุณน้อยเกินไป

การทำ SEO ใช้เวลามากและลงทุนพอสมควรกว่าจะประสบความสำเร็จ แต่เว็บอยู่อันดับดีแล้วจะนิ่งเฉยไปเลยคงไม่ได้ ต้องทำต่อไป มองหาโอกาสในการสร้างลิงค์ การพัฒนายุทธวิธีใหม่ๆ จำเป็นต้องใช้เวลาและความชำนาญเป็นอย่างมาก เพราะอันดับในการค้นหาของเสิร์จเอนจินไม่อยู่นิ่ง ต้องก้าวไปข้างหน้าและพร้อมสำหรับการแข่งขันตลอดเวลา อย่างน้อยต้องมีค่าใช้จ่ายจ้างทำ SEO หลักหมื่นต่อเดือน

หากคุณต้องการทำ SEO และยังมีข้อสงสัยว่าทำแล้วคุ้มหรือไม่ วิธีดีที่สุดคือการวิเคราะห์เบื้องต้นอย่างเป็นมืออาชีพเพื่อประเมินโอกาสและค่าใช้จ่าย เมื่อพบว่า SEO ไม่ใช่คำตอบที่คุณต้องการ เพราะลูกค้าเป้าหมายหลักไม่ได้ค้นหาแบบออนไลน์ อาจจะใช้วิธีการอื่นในการโปรโมทสินค้า เช่น การเสนอขายแบบมีโปรโมชั่นพิเศษ หรือสร้างการจดจำแบรนด์ ซึ่งเป็นตัวเลือกที่มีผลลัพธ์และผลตอบแทนดีกว่า

เป้าหมาย SEO

SEO คือการแข่งขันที่หยุดนิ่งไม่ได้ ต้องปรับปรุงเสมอ

ก่อนหน้านี้เราเคยใช้งานโฆษณาขายสินค้าผ่านเฟซบุ๊กง่ายๆ ต่อมาเปลี่ยนระบบเป็นเก็บค่าใช้จ่ายในการโฆษณา Facebook Ads ทำให้หลายคนสับสนกับการคิดเงินในการโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายต่อคลิกหรือจ่ายต่อจำนวนครั้งที่โฆษณา ทั้งยังกังวลเรื่องงบประมาณ , ช่องทางการชำระเงิน และอีกหลายปัญหา ใครๆ ที่ไม่เข้าใจระบบการคิดเงินของเฟซบุ๊กได้ตัดสินใจหันกลับมาใช้เว็บไซต์ในการขายออนไลน์เหมือนเดิม เพราะเป็นเครื่องมือที่คุ้นเคยและจัดการได้ง่ายกว่า วิธีการตลาดแบบ SEO จึงกลับมามีความสำคัญ จะทำอย่างไรให้เว็บไซต์เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ค้นหาเว็บไซต์เจอง่ายและเพิ่มยอดขายมากขึ้น

การทำเว็บไซต์กลับมาเป็นเครื่องมือในการทำตลาดอีกครั้ง นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายของเว็บไซต์แล้ว ถ้าเรามีความรู้ความเข้าใจเรื่องการทำ SEO สามารถดำเนินการได้เองในทันที หรือจะเลือกจ้างบริการทำ SEO มีค่าใช้จ่ายชัดเจน ช่วยลดความกังวลใจได้เปราะหนึ่ง แต่ว่าการทำตลาดนั้นไม่ใช่ว่าทำกันเพียงครั้งเดียวแล้วพอมีลูกค้ามาถึงหน้าเว็บไซต์ก็เลิกทำ แบบนั้นไม่ถูกต้อง การทำ seo ต้องอัพเดทเว็บไซต์ต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา ต้องมีเนื้อหาให้อ่าน , รูปแบบเว็บทันสมัยและมีความน่าสนใจที่หลากหลาย ไม่ใช่ว่าจ้องจะโฆษณาอย่างเดียว ควรสอดแทรกบทความที่เป็นประโยชน์กับผู้อ่านที่อาจจะกลายเป็นลูกค้าในอนาคต

รายละเอียดของบทความ

พูดถึงบทความในเว็บไซต์ เนื้อหาแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือข้อมูลรายละเอียดเพื่อโฆษณาสินค้าส่วนหนึ่ง อีกส่วนคือบทความที่เป็นประโยชน์และมีเนื้อหาตรงกับความสนใจของลูกค้า หลายเว็บไซต์พลาดที่พยายามจะโฆษณามากเกินไป บทความที่มีเนื้อหาน่าสนใจและเป็นประโยชน์จะใส่คีย์เวิร์ดสำหรับการทำ SEO เพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วในการค้นหาเว็บไซต์ โดยคีย์เวิร์ดที่เลือกจะต้องพิถีพิถันเพื่อให้ค้นหาสิ่งที่ตรงใจ พอใจกับคำตอบที่ชัดเจน

เมื่อคนค้นหาคีย์เวิร์ดเข้ามาถึงเว็บไซต์แล้ว มีคอนเทนต์ดีๆ ให้อ่านแล้ว เท่ากับว่าการทำ SEO ประสบความสำเร็จไปเรียบร้อย แต่อย่าได้ละเลยสิ่งสำคัญแท้จริงคือสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ถ้าเนื้อหาดี มีคนอ่านมากและแชร์กันไป แต่ยอดขายไม่ขยับเพราะสินค้าไม่มีจุดเด่นและไม่อยู่ในความนิยม ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกแบรนด์อื่นที่ใกล้เคียงกันได้ กลับกลายว่าไปทำประโยชน์ให้คู่แข่งเสียอีก สิ่งที่ควรโฟกัสไม่ใช่เรื่องคนเข้าดูจำนวนมาก แต่เป็นเรื่องการเปลี่ยนผู้ชมสินค้ามาเป็นลูกค้าให้ได้

แม้ว่าจะลงทุนกับ SEO ได้สำเร็จแต่จะอยู่ในอันดับต้นๆ ได้ไม่นาน ต้องกลับมาจ่ายเงินจ้างใหม่เพื่อแสวงหาลูกค้าหน้าใหม่ไปเรื่อยๆ เพราะสินค้าของเราไม่เป็นที่ประทับใจ ยอดขายที่ดีขึ้นอยู่กับว่าสินค้าของเรามีคุณค่ามากน้อยแค่ไหนด้วย วิธีนี้จะช่วยสร้างแบรนด์ให้มีคุณค่าในตัวเองอย่างแท้จริง ส่วนการจัดทำเนื้อหาบทความมีเป้าหมายที่จะชี้ให้ผู้บริโภคที่มีความสนใจสินค้าประเภทนี้อยู่แล้วเห็นเหตุผลว่าเลือกแบรนด์ของเราดีกว่าอย่างไร ชูคุณสมบัติที่ทำให้แบรนด์โดดเด่นขึ้นเหนือคู่แข่ง เพื่อให้เข้าสู่ใจผู้บริโภคได้ดีขึ้นและกลับมาอุดหนุนซ้ำอีก

การตลาด SEO