ทำความรู้จักการทำ SEO พร้อมข้อดีแบบเน้น ๆ

ทำความรู้จักการทำ SEO พร้อมข้อดีแบบเน้น ๆ

ในยุคที่การตลาดออนไลน์กำลังมาแรง เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า SEO กันบ่อย ๆ เพราะเป็นการทำการตลาดออนไลน์ที่นิยมมาก แต่ถึงอย่างนั้นหลายคนกลับไม่เข้าใจว่ากระบวนการทำ SEO คืออะไรกันแน่ และเพื่อเป็นการคลายข้อสงสัย เราจะขอพาทุกคนไปทำความรู้จักการทำการตลาดแบบ SEO และจัดเต็มข้อดีที่ทำให้หลายธุรกิจต้องหันมาสนใจทำการตลาดประเภทนี้

ทำความรู้จัก SEO การทำการตลาดออนไลน์ที่ทุกธุรกิจไม่ควรพลาด
SEO หรือ Search Engine Optimization คือ การปรับแต่งเว็บไซต์ให้อยู่ในลิสต์อันดับต้น ๆ ของ Search Engine พูดง่าย ๆ คือ การทำให้เว็บไซต์ติดอยู่หน้าแรกใน Google, Yahoo, Youtube หรือ Search Engine อื่น ๆ เพื่อเพิ่มความนิยม เพิ่มการมองเห็น และเพิ่มจำนวนคลิกเข้าสู่หน้าเว็บไซต์ โดยองค์ประกอบของการทำ SEO มีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การจัดทำคอนเทนต์ การวิเคราะห์คียเวิร์ดเพื่อให้ตรงกับการค้นหา การทำ Backlink เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าก่อให้เกิดผลดีทางธุรกิจ เพราะจะมีลูกค้ารู้จักเว็บไซต์ สินค้า และบริการมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับต้น ๆ ได้นั้นยังเพิ่มความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ข้อดีของการทำ SEO

1. เว็บไซต์ติด Top 10 ของ Search Engine
ข้อดีแรกของการทำ SEO คือการทำให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกของ Search Engine ซึ่งแน่นอนว่าจะช่วยเพิ่มการมองเห็น อีกทั้งยังเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่เว็บไซต์

2. เพิ่มจำนวนคลิกเข้าชมเว็บไซต์
เมื่อลูกค้ากดค้นหาข้อมูลสินค้าและบริการ ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องคลิกเข้าเว็บไซต์ที่แสดงผลในหน้าแรกของ Search Engine ซึ่งหากทำให้เว็บไซต์คุณติดหน้าแรกได้นั้น โอกาสที่คนจะคลิกเข้ามาชมเว็บไซต์ย่อมมีมากกว่าเสมอ

3. ได้ลูกค้าตรงกลุ่มเป้าหมาย
คนส่วนใหญ่มักค้นหาข้อมูลสินค้าที่ต้องการซื้อผ่าน Search Engine ทำให้มั่นใจว่าลูกค้าที่เข้ามานั้นคือผู้ที่กำลังมองหาสินค้าและบริการของเราอย่างแน่นอน

4. เพิ่มโอกาสขายสินค้าและบริการ
เมื่อกลุ่มเป้าหมายคลิกมายังเว็บไซต์ นอกจากเป็นการเพิ่มจำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์แล้ว หากคุณออกแบบเว็บไซต์ให้สวยงาม น่าดึงดูด และมีข้อมูลสินค้าบริการครบครัน รับรองว่าโอกาสขายสินค้าและบริการจะเพิ่มมากขึ้น

5. ประหยัดค่าใช้จ่าย
หากเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในการทำ SEO กับการซื้อโฆษณาเว็บไซต์หรือโฆษณาโทรทัศน์ ต้องบอกว่าค่าใช้จ่ายในการทำ SEO ประหยัดกว่ามาก แถมระยะยาวยังให้ผลลัพธ์คุ้มค่ามากกว่าอีกด้วย

หากคุณคือผู้ทำธุรกิจและต้องการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่เว็บไซต์ไปพร้อมกับการเพิ่มโอกาสการขายสินค้าและบริการ อย่ามองข้ามการตลาดออนไลน์ด้วยการทำ SEO โดยเด็ดขาด เพราะไม่เพียงแต่เป็นวิธีดึงคนเข้าสู่เว็บไซต์เท่านั้น แต่ยังเพิ่มโอกาสการขายสินค้าและบริการได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

แนะนำเทคนิคสร้างเนื้อหา SEO เบื้องต้น ให้เว็บไซต์ติดอันดับ Google

แนะนำเทคนิคสร้างเนื้อหา SEO เบื้องต้น ให้เว็บไซต์ติดอันดับ Google

แนะนำเทคนิคสร้างเนื้อหา SEO เบื้องต้น ให้เว็บไซต์ติดอันดับ Google

ปัจจุบัน การตลาดออนไลน์เข้ามามีบทบาทอย่างมากในโลกธุรกิจ โดยเฉพาะการทำให้เว็บไซต์ของตัวเองติดอันดับหน้าแรก ๆ ของ Google ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของตัวเองได้ง่ายขึ้น ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคงหนีไม่พ้น การทำ SEO นั่นเอง ดังนั้น วันนี้เราจะมาแนะนำเทคนิคการสร้างเนื้อหา SEO เบื้องต้นที่จะช่วยเพิ่มโอกาสการติดอันดับบน Google ง่าย ๆ กัน

ก่อนอื่น เราควรเข้าใจให้ตรงกันว่า สิ่งที่ Google ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกในการจัดอันดับคือ “คุณภาพ” บทความหรือข้อมูลในเว็บไซต์ที่มีคุณค่า มีความน่าเชื่อถือ และมีผู้ใช้งานคลิกเข้าไปเป็นจำนวนมาก มักจะได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในส่วนแรก ๆ ของหน้าการค้นหา ซึ่งเทคนิคง่าย ๆ ในการช่วยเพิ่มคุณค่าให้แก่เว็บไซต์ของเราง่าย ๆ ได้แก่

– หัวข้อ/ชื่อเรื่องสอดคล้องกับเนื้อหาภายใน: ควรใส่ชื่อเรื่องหรือหัวข้อให้สอดคล้องกับเนื้อหาที่อยู่ภายในหัวข้อนั้น ๆ ยิ่งมี “คีย์เวิร์ด” เหมือนกันทั้งในชื่อเรื่องและส่วนต่าง ๆ ของเนื้อหาก็ยิ่งเพิ่มโอกาสติดอันดับขึ้นไปอีก ไม่ใช่ตั้งชื่อเรื่องอย่างหนึ่ง แต่เนื้อหาข้างในกลับไม่เกี่ยวข้องกับหัวข้อ เพราะการทำแบบนี้นอกจากจะทำให้ Google ลดการจัดอันดับเว็บไซต์ของเราแล้ว อาจไม่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานที่เป็นกลุ่มเป้าหมายอีกด้วย

– ควรมี Meta Description ในทุกบทความ: เปรียบเสมือนคำอธิบายสั้น ๆ ของบทความหรือคอนเทนต์นั้น ๆ ซึ่งอาจเป็นการสรุปใจความสำคัญหรือการเขียนเกริ่นนำให้ดูน่าดึงดูด และที่สำคัญคือควรจะมี “คีย์เวิร์ด” ที่ตรงกับชื่อเรื่องและส่วนต่าง ๆ ของเนื้อหา ยิ่งเว็บไซต์ของเรามี Meta Description ที่เหมาะสมมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะได้อันดับดี ๆ มากเท่านั้น

– อย่าใช้คำซ้ำ ๆ เพื่อหวังติดอันดับจนผิดธรรมชาติ: หลายคนมักคิดว่าการทำ SEO คือการใช้คำซ้ำ ๆ กันในบทความบ่อย ๆ เพื่อจะได้ติดอันดับง่าย ๆ ซึ่งความจริงแล้วเป็นความเชื่อแบบผิด ๆ เพราะการใช้คำซ้ำกันบ่อย ๆ ในเนื้อหาจนดูไม่เป็นธรรมชาติของภาษาเขียน อาจถูก Google ตีความว่าเป็น “สแปม” ซึ่งนอกจากจะไม่ติดอันดับอย่างที่ต้องการแล้ว ยังอาจถูกปิดกั้นการเข้าถึงอีกด้วย

– สร้างลิงก์เชื่อมโยงคอนเทนต์ต่าง ๆ ในเว็บไซต์: ควรสร้างลิงก์เชื่อมโยงระหว่างส่วนต่าง ๆ ของบทความหรือคอนเทนต์ไปยังอีกคอนเทนต์อื่น ๆ ที่อยู่ในเว็บไซต์ของเรา แต่ก็ไม่ควรซับซ้อนหรือยุ่งยากเกินไป ควรเป็นลิงก์ที่นำผู้ใช้งานไปดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับลิงก์นั้น ๆ เช่น หากเป็นบทความเรื่องการดูแลรักษารถยนต์ เราอาจสร้างลิงก์ไว้ตรงคำว่า น้ำมันเครื่อง, ยางรถยนต์, สีรถยนต์ ฯลฯ เพื่อนำผู้ใช้งานเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับคำเหล่านี้ภายในเว็บไซต์ของเรา ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนการคลิกให้เว็บไซต์ของเรา เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือในสายตาของ Google นั่นเอง

แม้ว่า Google จะมีการออกกฎกติกาต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมาเพื่อให้การจัดอันดับมีความรัดกุมมากขึ้น แต่สิ่งที่ Google ให้ความสำคัญไม่เคยเปลี่ยนก็คือ เว็บไซต์ที่มีคอนเทนต์คุณภาพ เข้าถึงง่าย และปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน ดังนั้น ขอเพียงเรายึดแนวทางดังกล่าวในการทำ SEO แล้วฝึกฝนพัฒนาฝีมือไปเรื่อย ๆ เราก็มีโอกาสติดอันดับได้ไม่ยาก

การทำ SEO กับวิดีโอบน YouTube ช่วยให้ติดหน้าแรกบน Google ได้อย่างไร

การทำ SEO กับวิดีโอบน YouTube ช่วยให้ติดหน้าแรกบน Google ได้อย่างไร

การทำ SEO กับวิดีโอบน YouTube ช่วยให้ติดหน้าแรกบน Google ได้อย่างไร

ปัจจุบัน การทำ SEO หรือ (Search Engine Optimization) ก้าวหน้าไปมาก เพื่อรักษาสถิติการอยู่บนหน้าแรกของ Google เช่น การใช้ Keyword แบบ Long tail การทำ Content หรือ Podcast ที่มีประโยชน์กับสื่อมวลชน การใช้ภาพประกอบที่มีไฟล์ขนาดเล็กเพื่อช่วยให้การค้นหาและดาวน์โหลดเว็บไซต์ทำได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจนการสร้างเว็บบล็อก Content Blog ที่มีช่องคอมเมนต์ การใช้เครื่องมือฟรีเพื่อช่วยทำ SEO และการแลกบทความ Backlink เพื่อช่วยดันให้ SEO ของสินค้าและบริการนั้นติดอันดับในหน้าแรกอย่างสม่ำเสมอ และเมื่อเร็วนี้ได้มีกระแสการทำ SEO กับวิดีโอบน YouTube เพื่อให้ติดหน้าแรกบนGoogle ซึ่งจะเป็นไปได้แค่ไหน ด้วยวิธีใด เรามีข้อมูลดี ๆ มาฝากเป็นตัวอย่างเบื้องต้นดังนี้

1. การตั้งชื่อไฟล์ก่อนที่จะอัปโหลดคลิปแต่ละครั้ง ควรพิจารณาชื่อจากคีย์เวิร์ดและคำค้นหายอดนิยม ซึ่งมีหน่วยงานวิจัยรับรอง

2. การตั้งชื่อหัวข้อ (Title) ต้องมีความน่าสนใจ มีชื่อแบรนด์หรือใช้คำที่คนจดจำ เช่น Keyword ที่ผ่านการวิเคราะห์คำหลัก (ประมาณ 2 คำ) หรือตัวเลขร่วมด้วย ซึ่งหากต้องการเพิ่มโอกาสให้ช่องติดอันดับ ก็ควรเปลี่ยนหรือเพิ่มชื่อร้านและชื่อผลิตภัณฑ์

3. การเขียนคำอธิบาย (Description) จำเป็นต้องเขียนให้มากกว่า 300-500 คำ และใส่ Keywords และ Links ให้อยู่ภายใน 3 บรรทัดแรก พร้อมทั้งสร้าง Links เป็น Playlist ไว้ด้วย

4. การใส่หมวดหมู่ของวิดีโอช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงและมองเห็น และบอกให้รู้ว่าวิดีโอของเราจัดอยู่ในหมวดหมู่อะไร

5. การใส่แท็ก (Tags) ในวิดีโอไม่ควรใส่เยอะจนเกินไป ประมาณ 10-20 Tags ก็พอ

6. การใส่คำบรรยายหรือข้อความที่แทรก keyword ลงไป ก็ถือเป็นการเพิ่มโอกาสในการค้นหาได้เช่นกัน

7. ไม่ควรใส่รายละเอียดเพิ่มเติมจากวิดีโอที่นำเสนอ เพราะอาจจะทำให้ YouTube มองว่าเป็นสแปม ส่งผลต่อการจัดอันดับของคลิปวิดีโอของเรา และ Tags ที่สำคัญควรผ่านการวิเคราะห์มาแล้ว

8. การใส่ End Screen ตอนท้ายวิดีโอและคำอธิบาย แนะนำว่าหลังจากดูวิดีโอชุดนี้จะได้รับชมสิ่งใดเป็นลำดับต่อไป ซึ่งสามารถเพิ่มลิงก์ที่เชื่อมโยงไปสู่การขายสินค้าและบริการช่วงท้าย

9. เขียนบรรยายหัวข้อและคำอธิบายเกี่ยวกับคลิปที่จะแชร์ไปยัง Google Plus , Twitter และแชร์ไปยังโซเขียลมีเดียอื่น ๆ แบบอัตโนมัติ เป็นการเพิ่มโอกาสในการทำให้คลิปวิดีโอที่มีคุณภาพและมีโอกาสถูกนำมาจัดอันดับที่ดีในหน้าแรก

10. การสร้างเนื้อหาวิดีโอที่มีคุณภาพโดยมียอด Likes มากว่า Dislikes เป็นสิ่งที่ยูทูปก็ให้ความสำคัญ เพราะถ้ามีคนกดไลค์ให้กับวิดีโอของคุณ ก็สื่อถึงเนื้อหาที่มีคุณภาพตรงใจผู้ชม

นอกจากเทคนิค 10 ประการดังกล่าวแล้ว ควรทำการอัปโหลดวิดีโออย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวและมีคอนเทนต์ที่ใหม่สดเสมอ พร้อมด้วยคุณภาพความคมชัดของวิดีโอ ซึ่งจะช่วยให้มีโอกาสที่ YouTube จะนำวิดีโอนั้น ๆ ไปแนะนำบ่อยขึ้นและจะนำไปสู่อันดับยอดนิยมบนหน้าแรกของ Google ได้

การทำ SEO มีข้อดีอย่างไรบ้าง

การทำ SEO มีข้อดีอย่างไรบ้าง

การทำ SEO มีข้อดีอย่างไรบ้าง

SEO เป็นเทคนิคการตลาดออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในยุคปัจจุบัน สังเกตได้จากมีคอร์สสอนทำ SEO เกิดขึ้นมากมาย และมีบริษัทรับจ้างทำ SEO ให้เลือกได้หลากหลายในช่วงหลายปีมานี้ เรามาดูกันว่าการทำ SEO จะมีข้อดีอย่างไรบ้าง

1. ทำให้เว็บไซต์ได้คะแนนคุณภาพสูง
Google มีแนวทาง SEO ให้ผู้ทำเว็บไซต์ออนไลน์นำไปปรับใช้เพื่อช่วยให้ผู้ใช้บริการเว็บไซต์ใช้งานง่าย สามารถมองหาหมวดหมู่สินค้าที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ทั้งความรู้ ข้อมูลเฉพาะตัวของสินค้าและไอเดียใหม่ ๆ ที่ไม่ซ้ำใคร สามารถคลิกซื้อสินค้าได้โดยมีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่ดี ฯลฯ การทำ SEO ตามแนวทางของ Google จึงทำให้ได้คะแนนประเมินคุณภาพเว็บไซต์สูง และสัมพันธ์กับความพึงพอใจของผู้ใช้งานหรือลูกค้าของคุณนั่นเอง

2. ทำให้ถูกค้นเจอได้ง่ายและเพิ่มความน่าเชื่อถือ
หากทำเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาสาระดี มีภาพถ่ายสวย แต่ไม่ศึกษาการใช้คีย์เวิร์ด SEO ในการนำรูปภาพมาประกอบในบทความ จะทำให้มีโอกาสน้อยที่จะถูกค้นหาจาก Google search ดังนั้น การใช้คีย์เวิร์ด SEO ที่คนนิยมนำมาใส่ทั้งในหัวข้อ h1 h2 และบรรยายรายละเอียดในแต่ละย่อหน้าได้อย่างเหมาะสม ย่อมแสดงถึงความเป็นมืออาชีพของเจ้าของเว็บไซต์ และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ผู้ชมกลับมาอ่านซ้ำอีก และส่งผลให้มีโอกาสขายสินค้าต่าง ๆ ในเว็บไซต์ได้มากขึ้นด้วย

3. ทำให้เพิ่มยอดขาย
การเพิ่มยอดขายต้องมาจากความเชื่อมั่นในเว็บไซต์และการบอกต่อ ซึ่งจะเกิดได้เมื่อทำ SEO ให้เว็บไซต์อยู่ในอันดับหนึ่งในสามหรือหนึ่งในห้าของคีย์เวิร์ดนั้น ๆ โดยมีการเก็บสถิติพบว่าลูกค้าจะไว้วางใจคลิกเข้าไปเลือกชมและสั่งสินค้าในอันดับต้นมากกว่าอันดับรองลงมาด้านล่าง การทำ SEO สม่ำเสมอนานมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป จะทำให้อันดับเว็บไซต์ของคุณอยู่ด้านบนได้นาน และเพิ่มยอดขายได้อย่างมากแน่นอน

4. ประหยัดค่าโฆษณา
การทำ SEM เป็นการซื้อพื้นที่โฆษณา เช่น ใน Google หรือ Facebook ซึ่งต้องมีการตั้งงบประมาณเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อประชาสัมพันธ์หลักหมื่นบาทถึงแสนบาทต่อเดือนขึ้นไป จึงทำให้ต้นทุนธุรกิจสูงขึ้นอย่างมาก การทำ SEO ให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จักและน่าเชื่อถือ จึงช่วยลดจำนวนเงินที่ต้องใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์ได้

5. ช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด
ธุรกิจหลายประเภทมีอัตราการแข่งขันที่สูง หรือที่เรียกว่า Red Ocean หากคุณเป็นมือใหม่ที่ต้องการส่วนแบ่งการตลาดจากเจ้าตลาดเดิมที่แบรนด์ติดหูผู้คนอยู่แล้ว ก็จำเป็นต้องตั้งใจทำ SEO เพื่อให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายมีโอกาสเห็นเว็บไซต์และจดจำแบรนด์น้องใหม่ของคุณได้มากขึ้น

การทำ SEO มีข้อดีต่อธุรกิจยุคใหม่อย่างมาก ซึ่งเจ้าของธุรกิจออนไลน์สามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองจากหนังสือ ยูทูปหรือคอร์สต่าง ๆ หรือหากต้องการประหยัดเวลาก็สามารถจ้างบริษัทมืออาชีพด้าน SEO จะทำให้ได้รับข้อดีตามที่กล่าวมาอย่างรวดเร็ว

SEO ความน่าเชื่อถือบนโลกโซเชียล บันไดสู่ความสำเร็จเชิงการตลาด

SEO ความน่าเชื่อถือบนโลกโซเชียล บันไดสู่ความสำเร็จเชิงการตลาด

SEO ความน่าเชื่อถือบนโลกโซเชียล บันไดสู่ความสำเร็จเชิงการตลาด

หลายคนที่กำลังเดินหน้าเข้าสู่การทำการตลาดเชิงรุกในโซเชียลเน็ตเวิร์ค จำเป็นต้องรู้จักกลยุทธ์การทำการตลาดแบบดิจิทัล ซึ่งมี 2 รูปแบบหลัก ๆ ได้แก่ SEO (Search Engine Optimization) และ SEM (Search Engine Marketing) โดย SEO จะเป็นวิธีที่ดึงคนเข้าเว็บไซต์ด้วยวิธีปกติ แบบไม่เสียค่าโฆษณา หากติดอันดับในผลการค้นหาหน้าแรก ก็จะส่งผลให้จำนวนยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ SEM เน้นการจ่ายเงินเพื่อให้ได้พื้นที่ออนไลน์ดี ๆ ในอันดับต้น ๆ บน Search Engine ซึ่งก็มีข้อดี ข้อด้อยต่างกันไป แต่ SEO ค่อนข้างเป็นที่นิยมและมีระบบการแข่งขันสูงตลอดเวลา แต่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างตรงเป้าหมาย ช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจได้อย่างมาก ดังนั้น เราไปทำความรู้จักคำว่า SEO กันให้มากขึ้น ดังนี้

ในยุค NEW NORMAL ที่ระบบออนไลน์มีบทบาทอย่างมาก ตัวอักษรภาษาอังกฤษ 3 ตัวที่เราจะมารู้จักกันในวันนี้ กำลังมีอิทธิพลอย่างมากต่อวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลก ก็คือ SEO หรือย่อมาจาก Search Engine Optimization คือกลยุทธ์ทางการตลาดดิจิทัลที่ช่วยให้มียอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ของเราเพิ่มมากขึ้น เป็นการเพิ่มคนเข้าชมเว็บไซต์ด้วยวิธีตามธรรมชาติและไม่เสียค่าใช้จ่ายเพื่อการโปรโมทสินค้าหรือเว็บไซต์ ซึ่งตรงกันข้ามกับ SEM (Search Engine Marketing) ที่มุ่งเน้นการเป็นเจ้าของพื้นที่ออนไลน์ดี ๆ โดยมีค่าโฆษณาเกิดขึ้น เพื่อโปรโมทให้เกิดกระแสการรับรู้สินค้าหรือบริการมากยิ่งขึ้น

การที่มีสินค้าหรือบริการคุณภาพดี ได้รับการกล่าวถึงจากผู้คนหลากหลายกลุ่ม รวมถึงการนำเสนอเนื้อหาที่สดใหม่ เป็นที่สนใจของกลุ่มเป้าหมาย ก็จะสามารถดึงดูดความสนใจให้คนเข้าชมเว็บไซต์ได้มากขึ้น นั่นคือบันไดก้าวแรกไปสู่ความสำเร็จในการทำ SEO รองลงมาคือความเข้าใจในหลักการทำงานของ SEO ซึ่งสัมพันธ์กับระบบอัลกอริทึมของ Google ที่มีแก่นของกระบวนการทำงานหลัก ๆ ได้แก่

Penguin ซึ่งมีหน้าที่หลักในการให้คะแนนความน่าเชื่อถือของแบ็กลิงก์ (Backlink) ในเว็บไซต์ แบ็กลิงก์ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมโยงเว็บไซต์ของเรากับเว็บอื่น ๆ ซึ่งเราควรเชื่อมโยงลิงก์เฉพาะส่วนที่ให้ความรู้และมีประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมาย ก็จะช่วยให้เกิดการเชื่อมโยงอย่างเป็นธรรมชาติ และไม่ถูกลดคะแนนความน่าเชื่อถือลงไป และหากเราสามารถเชื่อมโยงกับเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถืออื่น ๆ เช่น ระบบราชการ ธนาคาร สถานศึกษา หรือโรงพยาบาลต่าง ๆ เหล่านี้เข้ามาสู่เว็บไซต์ของเราได้ ก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ได้

Rank Brain เป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ มีหน้าที่คอยเช็คพฤติกรรมของคนที่เข้าเว็บไซต์ ว่าใช้ฟังก์ชันแบบไหน และใช้เวลาอยู่บนเว็บไซต์มากน้อยเพียงใด

Panda เป็นระบบอัลกอริทึมซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพเนื้อหาต่าง ๆ ที่นำเสนอบนเว็บไซต์ เช่น มาตรฐานความยาว การใช้ไวยากรณ์ และคำสะกดถูกผิดในเนื้อหาแต่ละบท จึงเป็นการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้เขียนและเนื้อหาไปพร้อม ๆ กัน หากพบว่ามีเนื้อหาซึ่งเป็นการคัดลอกมาหรือทำซ้ำ ก็จะส่งผลให้เว็บไซต์ถูกลดอันดับลงได้

ดังนั้นเมื่อทำ SEO อย่างถูกวิธี แม้ว่าในตอนแรกอาจจะต้องใช้เวลาเพื่อทำความเข้าใจกับระบบ และมีขั้นตอนปรับแต่งองค์ประกอบต่าง ๆ ในเว็บไซต์ เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่ Google แนะนำ แต่ในระยะยาว สิ่งเหล่านี้จะนำมาซึ่งความสำเร็จในเชิงการตลาด หากติดอันดับในหน้าแรกของผลการค้นหาได้ในคีย์เวิร์ดที่ต้องการ ก็จะได้ผู้เยี่ยมชมมากขึ้น และมีโอกาสเปลี่ยนเป็นลูกค้าได้มากขึ้นด้วย

ไอเดียทำ SEO ช่วยสร้างรายได้จากงานฝีมือ

ไอเดียทำ SEO ช่วยสร้างรายได้จากงานฝีมือ

ไอเดียทำ SEO ช่วยสร้างรายได้จากงานฝีมือ

งานฝีมือ เป็นหนึ่งในไอเดียสร้างรายได้สำหรับผู้ที่มีความสามารถเฉพาะ เนื่องจากงานฝีมือเป็นงานที่ไม่ใช่ใครสามารถทำได้และมีความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงได้รับความนิยมจากกลุ่มเป้าหมายที่ชื่นชอบในงานฝีมือโดยเฉพาะ เมื่อทำแล้วจะนำไปจำหน่ายได้อย่างไร และใช้ SEO มาเป็นตัวช่วยได้อย่างไรนั้น ในบทความนี้มีข้อมูลที่จะช่วยให้ไอเดียการทำการตลาดได้ ซึ่งการสร้างรายได้จากงานฝีมือสามารถทำได้หลายทาง ดังนี้

นำไปขายในตลาด หรือร้านค้าออฟไลน์ งานศิลปะเป็นความชอบส่วนบุคคล ซึ่งงานฝีมือก็เป็นศิลปะประเภทหนึ่งที่สามารถจับต้องได้ ซึ่งผู้ที่ทำงานฝีมือเป็นงานอดิเรกสามารถนำงานฝีมือของตัวเองวางขายในตลาดนัดหรือฝากขายในร้านค้าได้

สร้างเว็บไซต์ขายบนโลกออนไลน์ การตลาดออนไลน์เป็นอีกหนึ่งแหล่งที่ช่วยสร้างเงินให้กับเจ้าของงานฝีมือได้ง่าย ๆ ซึ่งในปัจจุบันการสร้างเว็บไซต์เพื่อขายสินค้าไม่ใช่เรื่องยาก เพราะมีเว็บไซต์ E-Commerce มากมายที่ให้บริการฟรี เพียงสมัครสมาชิก จากนั้นถ่ายรูปและโพสต์รายละเอียดงานฝีมือที่ทำเอาไว้บนเว็บไซต์ ก็สามารถทำเงินเข้ากระเป๋าได้ไม่น้อย ยิ่งถ้ารู้เทคนิคเรื่อง SEO จะยิ่งทำให้แซงหน้าคู่แข่งได้

ทำคลิปวิดีโอโพสต์โซเชียลมีเดีย การทำวิดีโอในการสอนผู้อื่นให้สามารถทำงานฝีมือได้นั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญก่อนถึงจะลงมือทำได้ การทำวิดีโอเพื่อโพสต์ลงสื่อโซเชียลต่าง ๆ เมื่อมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นก็สามารถสร้างรายได้เข้ากระเป๋าได้ไม่น้อย เพราะอาจมีเจ้าของแบรนด์สินค้าที่เกี่ยวข้องจ้างให้เป็นผู้โปรโมทสินค้า รวมถึงเป็นช่องทางในการโฆษณาขายสินค้าของตัวเองได้

การสร้างรายได้จากงานฝีมือควรทำทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ ทั้งนี้เทคนิค SEO และการทำการตลาดออนไลน์เป็นวิธีที่จะช่วยให้กลุ่มเป้าหมายมองเห็นสินค้าได้มากขึ้น โดยวิธีทำการตลาดออนไลน์ง่าย ๆ มีดังนี้

ทำ SEO โดยแทรก Keyword แบบเนียน ๆ การตั้งชื่อหัวข้อสินค้า, หัวข้อบทความ, หัวข้อวิดีโอ รวมถึงเขียนบรรยายรายละเอียดสินค้าหรือข้อมูลที่มีประโยชน์ด้วยประโยคที่มีคีย์เวิร์ดที่กลุ่มเป้าหมายค้นหาบ่อย ในปริมาณที่เหมาะสมกับจำนวนคำทั้งหมดในคำอธิบาย หรือในบทความ เป็นเทคนิคพื้นฐานการทำ Search engine optimization (SEO) หรือวิธีทำการตลาดออนไลน์ที่จะช่วยให้ลูกค้าได้เห็นงานฝีมือได้ง่ายขึ้น

โพสต์บทความ รูปภาพหรือวิดีโอ อย่างสม่ำเสมอ การโพสต์ภาพ วิดีโอ หรือบทความเป็นประจำสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง รวมถึงควรโพสต์ในเวลาเดียวกัน เป็นวิธีที่ช่วยให้กลุ่มเป้าหมายได้อัปเดตข้อมูลใหม่และไม่พลาดทุกการติดตาม

บอกช่องทางการติดต่อให้ชัดเจน ช่องทางการติดต่อเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะผู้ที่สนใจซื้องานฝีมือ หรือเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการติดต่อเพื่อจ้างให้โปรโมทสินค้า ที่ต้องการรายละเอียดเกี่ยวกับราคาสินค้า หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ก็สามารถสอบถามได้อย่างรวดเร็ว

งานฝีมือเป็นหนึ่งในสินค้าที่มีความต้องการในท้องตลาดค่อนข้างสูง และมีคู่แข่งค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับสินค้าอื่น ๆ อีกทั้งยังสามารถนำงานฝีมือไปวางขายบนเว็บไซต์ E-Commerce ที่จำหน่ายทั่วโลกได้ด้วย

เหตุผลที่โซเชียลมีเดียเป็นหัวใจของการทำ SEO

เหตุผลที่โซเชียลมีเดียเป็นหัวใจของการทำ SEO

หากพูดถึงการตลาดออนไลน์ โซเชียลมีเดียเป็นอีกกลยุทธ์ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการทำ SEO การเขียนบทความและออกแบบเว็บไซต์ต้องเน้นความน่าเชื่อถือจึงมีรูปแบบที่เป็นทางการ แต่เครื่องมือทางสื่อสังคม โดยเฉพาะ Facebook ใช้ภาษาและเนื้อหาค่อนข้างเป็นกันเองจึงเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายอย่างง่ายดาย เนื้อหาคอนเทนต์ที่ถูกใจจะถูกแชร์ออกไปสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย เพิ่มโอกาสที่จะได้ลูกค้ารายใหม่ เพิ่มยอดขายและขยายตลาดต่อไป

เว็บมาสเตอร์ให้ความสำคัญกับโซเชียลมีเดียมากขึ้น เพราะธุรกิจทุกวันนี้มีการแข่งขันสูง วิธีการโฆษณาแบบดั้งเดิมไม่เพียงเสียค่าใช้จ่ายมาก แต่ยังถูกจำกัดการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและสายตาของคนทั่วไปด้วย เมื่อเพิ่มการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะ Facebook เป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่เชื่อมต่อผ่านเครือข่ายเข้าถึงคนจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง

ทำไมถึงต้องเขียนเว็บไซต์ให้เป็นทางการ

เว็บไซต์จัดทำขึ้นเพื่อเสนอแหล่งข้อมูลที่มีประโยชน์และเชื่อถือได้ แนวทางการเขียนจึงเป็นทางการและขาดความมีชีวิตชีวา แตกต่างจากโซเชียลมีเดียที่มีส่วนแสดงความคิดเห็น ปุ่มแชร์แบ่งปันข้อมูล เพื่อส่งเสริมให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้าในเวลาเดียวกัน ธุรกิจนับไม่ถ้วนที่แจ้งเกิดขึ้นจาก Facebook นั่นคือเหตุผลที่โซเชียลมีเดียถูกนำมาใช้ในการทำ SEO และกลายเป็นหัวใจสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความได้เปรียบของธุรกิจ วิธีการตลาดออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำเหมาะสำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ที่ไม่ได้เป็นนักลงทุนกระเป๋าหนักและกำลังมองหาวิธีประหยัดต้นทุน

กลยุทธ์การโฆษณาทางสื่อสังคมออนไลน์ไม่เพียงลดภาระค่าใช้จ่ายเท่านั้น การแชร์ข้อมูลที่โดนใจผ่านโซเชียลมีเดียให้ประโยชน์ 2 ด้าน ด้านแรกคือเกิดการเข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง ด้านที่สองคือยอด Like และยอด Follow เป็นตัวรับประกันความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ ทำให้คนคลิกลิงก์เข้าอ่านข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บไซต์ เป็นจำนวนมาก ในมุมมองของผู้บริโภคพอใจการติดต่อผ่านโซเชียลมีเดียมากกว่า เพราะเป็นช่องทางที่สื่อสารโต้ตอบไม่ยุ่งยาก สามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สินค้าหรือบริการได้ง่าย การใช้โซเชียลมีเดียมีการสื่อสารแบบอินเตอร์แอ็คทีฟตอบสนองรวดเร็วและสร้างความสัมพันธ์มากขึ้น ทำให้ลูกค้ามีแนวโน้มที่จะตัดสินใจซื้อหรือใช้บริการมากขึ้น

อิทธิพลในสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook และ Instagram มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจอย่างมาก ทำให้รู้ความต้องการและฟีดแบ็กจากลูกค้า ตลอดจนเข้าใจคีย์เวิร์ดที่ลูกค้าเลือกใช้เพื่อค้นหาสินค้าและบริการ สามารถนำความเห็นตอบกลับมาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อตรวจสอบกิจกรรมของลูกค้า สิ่งที่ชอบและไม่ชอบ ติดตามความสนใจของลูกค้าว่าตั้งเป้าหมายความต้องการเฉพาะไว้อย่างไร ช่วยให้เลือกคีย์เวิร์ดได้เจาะจงมากขึ้น รวมถึงทำคอนเทนต์เจาะความต้องการของกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ซึ่งเป็นเป็นพื้นฐานที่จะต่อยอดไปสู่กลยุทธ์อื่น ๆ ปัจจุบันโซเชียลมีเดียมีบทบาทสำคัญอย่างมาก สื่อออนไลน์เกิดขึ้นมาแข่งขันกันมากมาย การสร้างเนื้อหาคอนเทนต์จึงต้องมีคุณภาพและมีเอกลักษณ์โดดเด่นจริง ๆ พร้อมทั้งเลือกใช้เว็บไซต์และสื่อใหม่ควบคู่กันในการทำ SEO เพื่อให้มีคนติดตามอ่านจำนวนมาก ส่งผลให้ธุรกิจเกิดรายได้เติบโตอย่างที่ต้องการ

ทำไมถึงต้องเขียนเว็บไซต์ให้เป็นทางการ

การตลาดออนไลน์แบบ SEO คืออะไร อยากประสบความสำเร็จต้องอ่าน

ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการทำการตลาด

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคการตลาดออนไลน์ที่นิยมมากทั่วโลกในปัจจุบัน เนื่องจากทำให้เว็บไซต์ถูกสืบค้นได้ง่ายไม่ว่าจะใน Yahoo หรือ Google ซึ่งส่งผลดรต่อจำนวนลูกค้าประจำและยอดขาย ทั้งยังทำให้ขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น

ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการทำการตลาดด้วย SEO มาฝากกัน เพื่อให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้ให้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วในธุรกิจออนไลน์

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นมีเป้าหมาย เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณถูกจัดให้อยู่ในอันดับคุณภาพสูงเมื่อมีการสืบค้นด้วยคีย์เวิร์ดหนึ่ง ๆ ซึ่งการจัดอันดับของ Google, Bing และ Yahoo จะใช้การวิเคราะห์คำนวณของระบบ algorithm หรือ AI ซึ่งจะพิจารณาในด้านต่าง ๆ ดังนี้

1. ผลิตเนื้อหาหรือ content SEO ที่มีคุณภาพ โดยต้องมีการใส่ keyword ที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายทางธุรกิจของคุณ นิยมค้นหาผ่านหน้าต่างการสืบค้นกระจายทั่วไปทั้งบทความ แต่เฉลี่ยแล้วถ้าบทความยาวไม่เกิน 500 คำ ก็จะไม่ควรมีคีย์เวิร์ดเดียวกันซ้ำเกิน 3 ครั้ง

2. ใช้ keyword เดียวกันกับข้อแรก สร้างคลิปวิดีโอสาธิตการใช้สินค้าที่คุณจำหน่าย หรือถ่ายทำรีวิวสินค้าจากผู้มีประสบการณ์จริง ซึ่งจะทำให้มีความเป็นเอกลักษณ์ สร้างความจดจำให้ผู้บริโภค ซึ่งส่งผลให้เว็บไซต์ของคุณได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากยิ่งขึ้น

3. ออกแบบเว็บไซต์ให้มีความสวยงาม เน้นความเรียบหรูแต่ดูเป็นมืออาชีพ โดยเลือกสีสันที่ไม่ฉูดฉาดมากเกินไป 2 หรือ 3 สี เพื่อให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ดูทันสมัย

4. ควรทำเว็บไซต์ให้ใช้งานได้ง่าย ทั้งทางหน้าจอคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะและโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้สัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้งานจริงของคนส่วนใหญ่ที่นิยมพกพาโทรศัพท์มือถือ เพื่อสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งการหาซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ในแทบทุกสถานที่

5. สร้างลิงก์เพื่อเชื่อมโยงเว็บไซต์ทางธุรกิจของคุณเข้ากับเว็บไซต์ภายนอกหลายแห่ง เพื่อเกิดการผลักดันให้มียอดขายสูงขึ้นร่วมกัน เช่น ถ้าคุณขายสินค้าออร์แกนิก ก็อาจสร้างความร่วมมือกับเพจหรือเว็บไซต์ที่ขายสินค้าเพื่อสุขภาพ เมื่อมีลูกค้าเข้ามาชมข้อมูลจากเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่ง ก็จะทำให้อีกเว็บไซต์มีโอกาสในการขายสินค้าเพิ่มขึ้นได้

6. แปะลิงค์ไว้เว็บไซต์ตามห้องแชทต่าง ๆเช่น ห้องพันทิป สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับสินค้าคุณมากที่สุด จะทำให้มีโอกาสขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ วิธีนี้จะทำให้ได้รับความสนใจและมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นในระยะยาว

จะเห็นได้ว่า การทำ SEO สำคัญอย่างยิ่งต่อธุรกิจออนไลน์ยุคใหม่ ให้ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ผู้ซื้อและผู้ขายมักใช้ช่องทางการสืบค้นสินค้าที่ต้องการทาง search engine ตลอด 24 ชั่วโมง

การตลาดออนไลน์แบบ SEO คืออะไร อยากประสบความสำเร็จต้องอ่าน