ทำไมผู้ชำนาญทางการตลาด แนะนำให้ทำ SEO กับทุกเว็บไซต์

ทำไมผู้ชำนาญทางการตลาด แนะนำให้ทำ SEO กับทุกเว็บไซต์

การทำเว็บไซต์ขายสินค้าและบริการออนไลน์เป็นที่ได้รับความนิยมมากทั่วโลก เนื่องจากไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง มีความนิยมพกพาโทรศัพท์มือถือสำหรับหาข้อมูลและสั่งซื้อสินค้าอย่างสะดวก

การสร้างโอกาสขายให้สูงขึ้นด้วยการทำ SEO หรือ Search Engine Optimization จึงเป็นสิ่งที่ผู้ชำนาญทางการตลาดแนะนำให้ทุกเว็บไซต์ทำตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้ได้รับประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ต่อไปนี้

1. ทำให้เว็บไซต์มีรากฐานที่ดี

สำหรับนักศึกษาหรือผู้ที่เพิ่งจบการศึกษาแต่ต้องการหาอาชีพเสริมจากการ ขายสินค้าออนไลน์ ควรเริ่มทำเว็บไซต์แบบ SEO ตั้งแต่เริ่มต้น เพราะจะทำให้เว็บไซต์ถูกออกแบบได้ตรงตามเกณฑ์ที่ Search Engine อย่าง Bing, Yahoo และ Google กำหนด ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาและโอกาสในการขายหากต้องแก้ไขปรับปรุงใหม่ในภายหลัง

2. ทำให้สร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัย

ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์เก่าที่เปิดมานาน 10-20 ปีแล้ว หรือเป็นเว็บไซต์ใหม่ การทำ SEO ได้แก่ การออกแบบให้หมวดหมู่สินค้าค้นหาง่าย แยกการโฆษณาออกไปที่มุมด้านใดด้านหนึ่ง การมี Chatbot ที่ช่วยในการสอบถามและตอบคำถามข้อมูลอย่างรวดเร็ว การทำให้เว็บไซต์ให้งานได้ง่ายทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ฯลฯ เหล่านี้ คือ สิ่งที่ช่วยสร้างความประทับใจแก่ลูกค้าซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ ต้องการความสะดวกในการใช้งานในเว็บไซต์ ทำให้การสั่งสินค้าซื้อขายทำได้อย่างรวดเร็ว หากทำ SEO เสียแต่วันนี้ ก็เท่ากับการปรับภาพลักษณ์ให้ตรงใจลูกค้าผู้บริโภคนั่นเอง

3. ช่วยประหยัดค่าโฆษณา

การเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายที่นิยมมากในปัจจุบัน คือ การโฆษณา เช่น การทำ SEM หรือ Search Engine Marketing เป็นการประมูลพื้นที่สื่อและจ่ายค่าโฆษณาให้แก่ Search Engine แบบ PPC หรือ Pay Per Click ซึ่งทำให้ธุรกิจมีต้นทุนที่สูงขึ้น หากต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ (โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง หรือธุรกิจที่เพิ่งเปิดตัวใหม่) ควรทำ SEO เป็นหลัก เพื่อให้อันดับในการสืบค้นดีขึ้น โดยไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ให้แก่ Bing, Yahoo และ Google อย่างแน่นอน

4. ทำให้มีลูกค้าต่างประเทศมากขึ้น

การทำ SEO กับเว็บไซต์ที่เป็นระบบสองภาษา จะทำให้มีโอกาสขายสินค้าให้ลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติได้ง่ายขึ้น เพียงศึกษาการใช้ Keywords ที่เหมาะสมกับการค้นหาของผู้บริโภค แล้วใส่คีย์เวิร์ดในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ เช่น ส่วนหัว Title ส่วนคำบรรยายย่อ หรือ Meta Description การตั้งชื่อรูปภาพ ชื่อเพจ และที่สำคัญ คือใส่ในบทความให้กระจายอยู่ทั่วไปอย่างเป็นธรรมชาติ จะทำให้อันดับ SEO สูงขึ้นและถูกค้นพบได้ง่ายขึ้น จึงมีโอกาสขายสินค้าและบริการได้เพิ่มตามไปด้วย

จะเห็นได้ว่า การทำ SEO มีประโยชน์รอบด้าน ทั้งการปรับภาพลักษณ์ ขยายฐานลูกค้า เพิ่มยอดขยาย ทั้งยังประหยัดค่าใช้จ่าย จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้ชำนาญการตลาดแนะนำให้ทุกเว็บไซต์ทำ SEO

การสร้างโอกาสขายให้สูงขึ้นด้วยการทำ SEO

วิธีเลือก Keyword SEO ให้เหมาะกับธุรกิจคุณ

วิธีเลือก Keyword SEO ให้เหมาะกับธุรกิจคุณ

การทำ SEO ให้กับเว็บไซต์เป็นเทคนิคที่ช่วยให้คุณเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในปี 2019 ที่มีผู้ขายสินค้าออนไลน์จากทั่วโลก ทำให้เกิดการแข่งขันอย่างมาก เมื่อประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน ก็ยิ่งทำให้คุณต้องคัดกรองการใช้ Keyword สำหรับการทำ SEO ที่หวังผลได้และคุ้มค่าในการลงมือทำ เพื่อที่จะทำให้ประสบผลสำเร็จทั้งในด้านยอดขายและขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นได้

การเลือก Keyword เพื่อทำ SEO ที่ดี ต้องพิจารณาโดยประเมินธุรกิจของคุณก่อนว่าต้องการขายสินค้าให้แก่บุคคลกลุ่มใด ซึ่งในปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์แบ่ง Keyword SEO เป็น 3 กลุ่ม คือ

1. Mass Keyword

เป็นการใช้ Keyword ที่เป็นความหมายกว้าง ๆ เน้นการรับรู้ของคนทั่วไป เหมาะกับธุรกิจที่ขายสินค้าแบบ One Stop Service หรือเข้ามาที่เดียวแล้วได้สิ่งของที่หลากหลายให้เลือก เหมาะกับกลุ่มลูกค้า ที่ต้องการศึกษาข้อมูลสินค้าก่อน และไม่ได้ยึดมั่นว่าต้องซื้อเป็นแบรนด์ใดแบรนด์เดียว

กรณีนี้ สามารถใช้ Keyword ที่เป็นความกว้าง ๆ ได้ เช่น คำว่า ร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ออนไลน์ ร้านดอกไม้ออนไลน์ ร้านขายรองเท้าสตรี ร้านขายเครื่องเขียนออนไลน์ เป็นต้น

2. Niche Keyword

หากสินค้าของคุณมีรายละเอียดที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าบางประเภท ควรใช้วลีที่มีความยาวมากขึ้น มาประกอบกันเป็น Niche Keyword เพื่อสื่อความหมายที่เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น จะทำให้มีโอกาสขายได้มากขึ้น ตัวอย่างเช่น คุณขายปริ้นเตอร์ยี่ห้อ Brother ก็ควรใช้ Keyword ระบุว่า จำหน่าย ออนไลน์ Printer พร้อมยี่ห้อและรุ่น เพื่อที่จะให้คนที่กำลังมองหาสินค้าแบรนด์นี้และรุ่นนี้ พบเว็บไซต์ของคุณเป็นอันดับต้น ๆ

เทคนิคนี้ มีประสิทธิภาพและนิยมมากขึ้น เพราะเท่ากับว่าคุณกำลังเจาะจงตัวเองให้นำเสนอต่อผู้ที่ได้ศึกษาข้อมูลของสินค้ามาบ้างแล้ว และมีกำลังซื้อสินค้าแบรนด์และรุ่นดังกล่าว

3. Long-Tailed Keyword

เป็น Keyword ที่มีความยาวยิ่งขึ้นกว่าแบบที่ 2 เพื่อที่จะเฉพาะเจาะจงและเน้นความสำคัญของแบรนด์ให้มากที่สุด ตัวอย่างเช่น คุณจำหน่ายผลิตภัณฑ์ล้างขวดนมสำหรับเด็กแบบออร์แกนิก ไร้สารเคมี คุณสามารถใช้ Keyword ว่า น้ำยาล้างขวดนม เด็กอ่อน ออร์แกนิก ไม่มีสารเคมี ปลอดภัย เป็นต้น

ซึ่งคุณแม่ที่กำลังมองหาของใช้ที่เป็นออร์แกนิกเพื่อที่จะป้องกันสุขภาพของลูกจากสารเคมีต่าง ๆ อาจจะสามารถพบแบรนด์ของคุณเป็นอันดับแรก ทำให้มีโอกาสขายสินค้าได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ และทำให้แบรนด์ของคุณเป็นที่จดจำของบรรดาคุณแม่ที่มีลูกเล็ก นำไปสู่การบอกต่อและแนะนำต่อในโลกโซเชียลได้อย่างมาก

การเลือก Keyword SEO ที่ดีส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ เพิ่มยอดขาย และทำให้อันดับ SEO ในการค้นหาเพิ่มสูงขึ้นในระยะยาวด้วย หวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกท่านเลือกใช้ Keyword ที่ส่งเสริมความสำเร็จของธุรกิจได้มากยิ่งขึ้น

การเลือก Keyword เพื่อทำ SEO ที่ดี

ข้อดีและข้อเสียของการทำ SEO ที่นักธุรกิจออนไลน์รุ่นเฟรชชี่ควรรู้

ข้อดีและข้อเสียของการทำ SEO ที่นักธุรกิจออนไลน์รุ่นเฟรชชี่ควรรู้

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคการตลาดที่มีการแนะนำบอกต่อเป็นจำนวนมาก เพราะช่วยให้เพิ่มฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขายได้ในระยะยาว ทั้งนี้คนรุ่นใหม่หรือที่เรียกว่ารุ่นเฟรชชี่ นิยมทำธุรกิจซื้อขายออนไลน์ ซึ่งมักหวังผลในการติดตลาดในการอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจต้องผิดหวังหากไม่ทราบข้อเท็จจริงของการทำ SEO

เราจึงได้รวบรวมทั้งข้อดีและข้อเสียของ SEO มาไว้ที่นี่แล้ว ดังนี้

ข้อดีของการทำ SEO

1. เป็นการประหยัดเงินค่าโฆษณา การซื้อพื้นที่โฆษณาต้องเสียเงินหลักแสน ซึ่งคงไม่เหมาะกับเฟรชชี่วัยเรียนที่ต้องการทำงานออนไลน์เพื่อหารายได้ การทำ SEO เป็นการพัฒนาปรับปรุงเว็บไซต์ที่ให้ผลในระยะยาวโดยสามารถเรียนรู้จากหนังสือหรือ Youtube ที่มีครูผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดสอนไว้ ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ได้ตลอดเวลา SEO จึงช่วยเพิ่มอำนาจการขายโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ

2. SEO สามารถสร้างแบรนด์ให้ติดตลาดในไทยและต่างประเทศได้ เนื่องจากอันดับ SEO ขึ้นกับการเลือก Keyword และภาษาที่ใช้ในบทความ หากต้องการให้ติดตลาดในประเทศควรเลือกใช้คีย์เวิร์ดที่คนไทยสืบค้น โดยใช้สถิติจาก Google.co.th เป็นให้เป็นประโยชน์ แต่หากต้องการให้สินค้าขายดีในต่างประเทศก็ควรศึกษาว่า Search Engine ที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในต่างประเทศเลือกใช้คือแหล่งใดบ้าง จะช่วยให้การผลิตบทความในเว็บไซต์มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นอกจากในด้านของข้อดี ยังมีข้อเสียของ SEO ที่ควรทราบคือ

1. ไม่สามารถที่จะล็อกกำหนดตำแหน่ง SEO ได้ยาวนานตลอดไป จากระบบ Algorithm ของ Search Engine จะอัปเดทตามจำนวนข้อมูลสะสมที่แต่ละเว็บไซต์มีการอัปโหลดขึ้น หากเว็บไซต์ใดหยุดนิ่งไม่อัปเดตข้อมูล อันดับ SEO ก็จะตกลง ทำให้โอกาสในการขายลดลงตาม

2. ใช้ระยะเวลาในการสะสมข้อมูลนาน จึงใช้เวลาเห็นผลมากกว่าการซื้อพื้นที่โฆษณา หากต้องการเห็นผลการโปรโมทในระยะสั้น เช่น เทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ วันแม่ ที่ต้องการเพิ่มยอดขายให้มากขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็ต้องใช้การโฆษณาแบบอื่นร่วมด้วย

3. การทำ SEO ไม่สามารถหยุดนิ่งอยู่กับที่ได้ ต้องพยายามศึกษาวิธีการเขียน ถ่ายภาพ การทำคลิปที่น่าสนใจ เพื่อดึงดูดให้ผู้อ่านเข้ามาชมข้อมูลในเว็บไซต์เป็นเวลานานขึ้น หรือที่เรียกว่า Time on Site ซึ่งจะทำให้ค่า SEO ของคุณมีอันดับดีขึ้น รวมถึงการเลือกหัวข้อที่ต้องใช้ประสบการณ์ในการตั้งชื่อที่ดึงดูดใจจะทำให้อัตราค่า CTR หรือ Click Through Rate หรือสัดส่วนคนที่เห็นหัวข้อแล้วคลิกเข้ามาชมข้อมูลมีมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่ออันดับ SEO เช่นกัน

จะเห็นได้ว่า ก่อนการทำ SEO ควรมีการศึกษาทั้งด้านข้อดีข้อเสียเพื่อให้การทำเว็บไซต์ออนไลน์ประสบความสำเร็จ โดยมีการวางแผนกำหนดเป้าหมายที่เหมาะสมสัมพันธ์กับหลักการของ SEO

เราจึงได้รวบรวมทั้งข้อดีและข้อเสียของ SEO มาไว้ที่นี่แล้ว

อยากเริ่มทำ SEO ต้องเริ่มจากอะไร

อยากเริ่มทำ SEO ต้องเริ่มจากอะไร

การทำงานผ่านระบบออนไลน์ เป็นช่องทางทำรายได้ที่คนยุคใหม่ให้ความสำคัญ เพราะสามารถทำได้ทุกที่ สะดวกในการบริหารจัดการเวลา โดยเฉพาะ การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization ซึ่งเป็นการผลักดันให้คำค้นหาสินค้าหรือบริการติดอันดับในระบบการค้นหา ทั้ง Google และเว็บไซต์อื่น ๆ การทำ SEO จึงกลายเป็นธุรกิจที่คนยุคใหม่หันมานิยม ถ้าคุณเป็นอีกคนที่อยากลองทำ SEO แต่ยังไม่ทราบว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อน เรามีวิธีการง่ายๆ มาแนะนำ

1.ศึกษาการทำ SEO ที่ถูกต้อง

อันดับแรกคุณต้องศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการทำ SEO ตั้งแต่การเริ่มสร้างเว็บไซต์ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการค้นหา ซึ่งคนไทยนิยมใช้คือ Google หากคุณต้องการเจาะกลุ่มคนไทย ควรสร้างเว็บไซต์เป็นภาษาไทยเท่านั้น

2.ตั้งกลุ่มเป้าหมายที่คุณต้องการ

เมื่อคุณเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการทำ SEO แล้ว ต่อมาคือการตั้งกลุ่มเป้าหมาย ว่าเป็นเพศใด ช่วงอายุเท่าไหร่ อาชีพอะไร เพื่อที่จะได้ง่ายต่อการสร้างเว็บไซต์ให้ตรงตามวัตถุประสงค์

3.สร้างสรรค์เว็บไซต์

คุณต้องวางโครงสร้างรวมถึงสร้างเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ รูปลักษณ์ของเว็บไซต์มีดูดี มีเอกลักษณ์ มีความโดดเด่นและดึงดูดให้คลิกเข้ามาชม

4.เขียนบทความที่มีคุณภาพ

การเขียนบทความนับเป็นหัวใจหลักในการทำ SEO เนื้อหาที่เขียนต้องมีคุณภาพ ไม่มีการคัดลอกของใครมา หากบทความที่เขียนมีประโยชน์ อ่านแล้วรู้สึกดี ทำให้มีคนเข้ามาอ่านมากขึ้น ก็จะผลักดันให้บทความติดอันดับ SEO ต้องมีการกำหนด Keyword หรือข้อความหลักขึ้นมา Keyword นั้นต้องสอดคล้องกับธุรกิจในเว็บไซต์ที่คุณทำขึ้นมา คุณควรตั้งชื่อบทความให้น่าสนใจ มีการใช้ Keyword ในบทความ เพื่อง่ายต่อการค้นหา เพราะผู้เข้าชมมักจะค้นหา คำอธิบายบทความสั้น กระชับแต่น่าสนใจ มีการกระจาย Keyword แบบเป็นธรรมชาติไม่มุ้งเน้นการโฆษณามากเกินไป เพราะจะทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกอึดอัดเหมือนถูกยัดเยียด

4.ส่งเสริมให้เว็บไซต์ติดอันดับค้นหา

ควรโปรโมทในช่องทางการสื่อสาร ทั้ง Fcebook, Instagram, Line และช่องทางออนไลน์อื่นๆ เพื่อให้บทความเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ควรมีการสร้างลิงก์จากภายนอกเชื่อมโยงเข้ากับเว็บไซต์ของคุณ เพื่อให้บุคคลอื่น ๆ สามารถเข้าชมเว็บไซต์ของคุณได้ง่าย

5.ติดตามผลงานและปรับปรุง

ผลงานของคุณมีการติดตามมากขึ้น อันดับของคุณก็จะค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมาในหน้าแรก ๆ ของการค้นหา หากอันดับของคุณยังไม่มีการเลื่อนขึ้น บางที Keyword ที่คุณกำหนดขึ้นมา อาจมีคนใช้มากเกินไป คุณต้องปรับปรุงเนื้อหาให้ดี มีความน่าสนใจกว่าเดิม

การเริ่มต้นที่ดี นับเป็นชัยชนะก้าวแรก อย่ากลัวที่จะลองผิดลองถูก ทุกอย่างต้องอาศัยเวลา เช่นเดียวกับการทำ SEO แม้บทความที่คุณเขียนจะไม่มีข้อบกพร่อง เว็บไซต์ที่คุณสร้างดูดีไร้ที่ติ แต่เวลาเท่านั้นที่จะเป็นตัวผลักดันให้ผลงานของคุณติดอันดับในการค้นหา

การทำ SEO จึงกลายเป็นธุรกิจที่คนยุคใหม่หันมานิยม

เหตุผลที่โซเชียลมีเดียเป็นหัวใจของการทำ SEO

เหตุผลที่โซเชียลมีเดียเป็นหัวใจของการทำ SEO

หากพูดถึงการตลาดออนไลน์ โซเชียลมีเดียเป็นอีกกลยุทธ์ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการทำ SEO การเขียนบทความและออกแบบเว็บไซต์ต้องเน้นความน่าเชื่อถือจึงมีรูปแบบที่เป็นทางการ แต่เครื่องมือทางสื่อสังคม โดยเฉพาะ Facebook ใช้ภาษาและเนื้อหาค่อนข้างเป็นกันเองจึงเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายอย่างง่ายดาย เนื้อหาคอนเทนต์ที่ถูกใจจะถูกแชร์ออกไปสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย เพิ่มโอกาสที่จะได้ลูกค้ารายใหม่ เพิ่มยอดขายและขยายตลาดต่อไป

เว็บมาสเตอร์ให้ความสำคัญกับโซเชียลมีเดียมากขึ้น เพราะธุรกิจทุกวันนี้มีการแข่งขันสูง วิธีการโฆษณาแบบดั้งเดิมไม่เพียงเสียค่าใช้จ่ายมาก แต่ยังถูกจำกัดการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและสายตาของคนทั่วไปด้วย เมื่อเพิ่มการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะ Facebook เป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่เชื่อมต่อผ่านเครือข่ายเข้าถึงคนจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง

ทำไมถึงต้องเขียนเว็บไซต์ให้เป็นทางการ

เว็บไซต์จัดทำขึ้นเพื่อเสนอแหล่งข้อมูลที่มีประโยชน์และเชื่อถือได้ แนวทางการเขียนจึงเป็นทางการและขาดความมีชีวิตชีวา แตกต่างจากโซเชียลมีเดียที่มีส่วนแสดงความคิดเห็น ปุ่มแชร์แบ่งปันข้อมูล เพื่อส่งเสริมให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้าในเวลาเดียวกัน ธุรกิจนับไม่ถ้วนที่แจ้งเกิดขึ้นจาก Facebook นั่นคือเหตุผลที่โซเชียลมีเดียถูกนำมาใช้ในการทำ SEO และกลายเป็นหัวใจสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความได้เปรียบของธุรกิจ วิธีการตลาดออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำเหมาะสำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ที่ไม่ได้เป็นนักลงทุนกระเป๋าหนักและกำลังมองหาวิธีประหยัดต้นทุน

กลยุทธ์การโฆษณาทางสื่อสังคมออนไลน์ไม่เพียงลดภาระค่าใช้จ่ายเท่านั้น การแชร์ข้อมูลที่โดนใจผ่านโซเชียลมีเดียให้ประโยชน์ 2 ด้าน ด้านแรกคือเกิดการเข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง ด้านที่สองคือยอด Like และยอด Follow เป็นตัวรับประกันความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ ทำให้คนคลิกลิงก์เข้าอ่านข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บไซต์ เป็นจำนวนมาก ในมุมมองของผู้บริโภคพอใจการติดต่อผ่านโซเชียลมีเดียมากกว่า เพราะเป็นช่องทางที่สื่อสารโต้ตอบไม่ยุ่งยาก สามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สินค้าหรือบริการได้ง่าย การใช้โซเชียลมีเดียมีการสื่อสารแบบอินเตอร์แอ็คทีฟตอบสนองรวดเร็วและสร้างความสัมพันธ์มากขึ้น ทำให้ลูกค้ามีแนวโน้มที่จะตัดสินใจซื้อหรือใช้บริการมากขึ้น

อิทธิพลในสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook และ Instagram มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจอย่างมาก ทำให้รู้ความต้องการและฟีดแบ็กจากลูกค้า ตลอดจนเข้าใจคีย์เวิร์ดที่ลูกค้าเลือกใช้เพื่อค้นหาสินค้าและบริการ สามารถนำความเห็นตอบกลับมาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อตรวจสอบกิจกรรมของลูกค้า สิ่งที่ชอบและไม่ชอบ ติดตามความสนใจของลูกค้าว่าตั้งเป้าหมายความต้องการเฉพาะไว้อย่างไร ช่วยให้เลือกคีย์เวิร์ดได้เจาะจงมากขึ้น รวมถึงทำคอนเทนต์เจาะความต้องการของกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ซึ่งเป็นเป็นพื้นฐานที่จะต่อยอดไปสู่กลยุทธ์อื่น ๆ ปัจจุบันโซเชียลมีเดียมีบทบาทสำคัญอย่างมาก สื่อออนไลน์เกิดขึ้นมาแข่งขันกันมากมาย การสร้างเนื้อหาคอนเทนต์จึงต้องมีคุณภาพและมีเอกลักษณ์โดดเด่นจริง ๆ พร้อมทั้งเลือกใช้เว็บไซต์และสื่อใหม่ควบคู่กันในการทำ SEO เพื่อให้มีคนติดตามอ่านจำนวนมาก ส่งผลให้ธุรกิจเกิดรายได้เติบโตอย่างที่ต้องการ

ทำไมถึงต้องเขียนเว็บไซต์ให้เป็นทางการ

กลยุทธ์การใช้ SEO เอาชนะแบรนด์ใหญ่ แม้งบประมาณจำกัด

กลยุทธ์การใช้ SEO เอาชนะแบรนด์ใหญ่ แม้งบประมาณจำกัด

บริษัทขนาดเล็กจำนวนมากไม่กล้าแข่งขันกับแบรนด์ใหญ่ ด้วยเชื่อว่า Google นิยมจัดอันดับแบรนด์ดังและธุรกิจขนาดใหญ่ที่ทุ่มงบประมาณมหาศาลในการทำ SEO จึงพากันถอดใจกันไปเสียก่อน ความจริงแล้วการแข่งขันกับแบรนด์ใหญ่แม้งบประมาณเพียงเล็กน้อยก็เป็นไปได้ หากรู้จักการทำตลาดอย่างสร้างสรรค์ดึงดูดลูกค้าให้สนใจสินค้าหรือบริการ ในฐานะธุรกิจขนาดเล็กจะสร้างเนื้อหาคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ ทำให้ลูกค้ามีความเข้าใจธุรกิจง่ายกว่าบริษัทขนาดใหญ่

หากใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบดังกล่าวเพิ่มประสิทธิในการค้นหาเพื่อเพิ่มจำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ ส่งผลให้ติดอันดับ SEO ในลำดับต้น ๆ ได้ ดังต่อไปนี้

1.วิจัยคำหลัก

บริษัทขนาดใหญ่มักจะให้ความสำคัญกับคีย์เวิร์ดปริมาณมากซึ่งใช้งบประมาณสูง บริษัทขนาดเล็กมีเงินทุนน้อย จำเป็นต้องลงลึกโดยเลือกวลีที่มีความหมายเฉพาะเจาะจง เช่น

-สถานที่น่าเที่ยวที่สุด ช่วงเดือนเมษายน
-กิจกรรม ต้องพาเด็กไปสัมผัสที่พัทยา
-ร้านอาหารที่สัตว์เลี้ยงเข้าได้ ในกรุงเทพฯ
-โรงแรมหรูสำหรับครอบครัว ในเชียงใหม่

จากตัวอย่างข้างต้น ลูกค้ามีโอกาสค้นเจอวลีเฉพาะเจาะจงว่า “ร้านอาหารที่สัตว์เลี้ยงเข้าได้ ในกรุงเทพฯ” โดยไม่ต้องแยกจัดอันดับคำหลัก 2 คำ คือ “ร้านอาหารในกรุงเทพฯ” และ “สัตว์เลี้ยงเข้าได้” การทำวิจัยคำหลักที่ดีจะนำทางผู้ชมค้นพบสิ่งที่ต้องการรวดเร็ว และส่งผลให้ธุรกิจขนาดเล็กมีศักยภาพการแข่งขันสูงในคราวเดียวกัน

2. เนื้อหาเฉพาะด้าน

นอกเหนือจากวิจัยคำหลักแล้ว ต้องสร้างเนื้อหาเฉพาะด้าน เขียนข้อมูลเชิงลึกเรียบเรียงโครงสร้างเนื้อหาที่ดี น่าอ่าน พร้อมทั้งตั้งชื่อบทความน่าสนใจ เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสเป็นลูกค้าอย่างตรงไปตรงมา บทความที่ดียังช่วยให้อยู่อันดับที่ดีใน Google ด้วย ผู้เขียนคอนเทนต์จึงต้องมีความเชี่ยวชาญด้านการทำ SEO อย่างแท้จริง

3.การตลาดเชิงสร้างสรรค์

บริษัทขนาดใหญ่มีข้อจำกัดในการทำงาน การจะริเริ่มสิ่งใหม่ต้องผ่านการตัดสินใจหลายแผนก ผู้บริหารไม่ต้องการแบกรับความเสี่ยง ผู้ถือหุ้นก็ต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ดีทุกครั้ง แตกต่างจากธุรกิจขนาดเล็กที่มักจะมีความคิดสร้างสรรค์ กล้าก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซนลองทำสิ่งใหม่ ๆ โดยไม่กลัวว่าจะไม่สำเร็จ บางครั้งสิ่งที่ทำอาจไม่ได้ผล แต่จะเริ่มลองวิธีถัดไปอย่างรวดเร็วและอิสระ ถือเป็นความได้เปรียบอย่างหนึ่งและสร้างธุรกิจมีชื่อเสียงดึงดูดผู้ชมติดตามจำนวนมาก ส่งผลให้เว็บขึ้นหน้าแรกของ Google ได้เหมือนกัน

4.เติบโตแบบก้าวกระโดด

ธุรกิจขนาดใหญ่เคลื่อนตัวช้า ส่วนธุรกิจขนาดเล็กตัดสินใจง่าย สามารถตอบสนองลูกค้ารวดเร็วโดนใจกลุ่มเป้าหมายในทันที ธุรกิจขนาดเล็กมีแนวโน้มเติบโตรวดเร็วและกำลังก้าวขึ้นไปแข่งขันกับแบรนด์ใหญ่ที่มีทุนสูงในการอัดโฆษณาสร้างกระแสนิยมในกลุ่มผู้บริโภค กิจการขนาดเล็กมีทางเลือกที่ฉลาดด้วยการนำเสนอบทความที่น่าสนใจโพสต์อย่างสม่ำเสมอ เป็นเทคนิคการทำตลาดที่ใช้งบประมาณน้อยแต่ดึงดูดความสนใจลูกค้าอย่างมาก ขณะเดียวกันควรอาศัยความคล่องตัวให้เป็นข้อได้เปรียบในการทำตลาดดิจิทัลแข่งขันกับแบรนด์ใหญ่ ๆ

ผู้ประกอบการ SME สามารถนำเทคนิค SEO พื้นฐานไปใช้เสริมจุดแข็งและแย่งความสนใจจากคู่แข่งโดยไม่จำเป็นต้องลงทุนมากมายเกินตัว

เทคนิค SEO พื้นฐานไปใช้เสริมจุดแข็ง

การสร้างลิงค์ภายนอกเว็บไซต์สำคัญกับการทำ SEO

การสร้างลิงค์ภายนอกเว็บไซต์สำคัญกับการทำ SEO

การสร้างลิงค์ภายนอกเว็บไซต์สำคัญกับการทำ SEO

การสร้างลิงค์ภายนอกเว็บไซต์ (Backlink) เป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการทำ SEO ที่มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ และช่วยส่งเสริมกันกับการเชื่อมโยงเนื้อหาภายในเว็บไซต์ด้วย เพราะการเชื่อมโยงเว็บอื่นย้อนกลับมาที่เว็บไซต์ของเราเป็นการตอกย้ำถึงคุณภาพและความน่าเชื่อถือ มีผลต่อการจัดอันดับที่ดีขึ้นในเครื่องมือค้นหาด้วย แต่การเชื่อมโยงต้องมีความเกี่ยวข้องกันอย่างแท้จริง ถ้าสร้างลิงก์จำนวนมากโดยไม่เกี่ยวข้องกัน หรือสร้างลิงก์กับเว็บไม่มีคุณภาพเพื่อหวังปริมาณเท่านั้น อาจกลายเป็นผลลบและทำผิดกฎของเครื่องมือค้นหา เพราะถ้าไปเลือกลิงก์กับเว็บไม่มีคุณภาพ จะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม อาจโดนหางเลขทำให้ถูก Google ตัดชื่อออกไม่ให้อยู่ในดัชนีการค้นหา ไม่คุ้มกันอย่างแน่นอน

ดังนั้น จำเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการทำลิงก์ภายนอกอย่างถูกต้อง ดูว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำแล้วเกิดผลบวกหรือผลลบ ต้องคัดเฟ้นเลือกเว็บที่เกี่ยวข้องและมีคุณภาพด้วยความใส่ใจเพื่อให้ทำลิงก์อย่างปลอดภัยและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่เว็บไซต์ มีผลให้ติดอันดับต้น ๆ ในการค้นหาบนเสิร์จเอนจินต่างๆ ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดคือการสร้างลิงก์ภายนอกจะเพิ่มปริมาณผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ เพราะลิงก์จะย้อนกลับมาที่เว็บไซต์เป็นการเพิ่มจำนวนผู้ชมอย่างเป็นธรรมชาติ ยิ่งเราเรียนรู้เกี่ยวกับการทำ SEO มากเท่าไร มีโอกาสที่จะเพิ่มความน่าเชื่อถือตามเป้าหมายที่ต้องการมากเท่านั้น

ปัจจัยการสร้างเว็บลิงก์ภายนอกเชื่อมโยงกลับมาที่เว็บของเรา มีดังนี้

-ความเกี่ยวข้องของเนื้อหา การสร้างลิงก์เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ภายนอกที่จะสร้าง Backlink อย่างน้อยจะต้องอยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน เป็นธุรกิจประเภทเดียวกัน มีสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้องกัน

-ความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ ก่อนอื่นต้องพิจารณาว่าเว็บไซต์นั้นนำเสนอข้อมูลที่เป็นจริง มีประโยชน์ เนื้อหามีความน่าเชื่อถือ มีการเข้าชมและใช้งานสม่ำเสมอ จำนวนผู้ชมไม่น้อยเกินไปจนผิดสังเกต ถ้าเป็นเว็บไซต์ยอดนิยมอยู่แล้วจะยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือ ไม่เพียงส่งผลให้เว็บติดอันดับการแสดงผลการค้นที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่มีโอกาสที่ผู้ชมเว็บนั้นจะคลิกย้อนกลับมาชมเว็บไซต์ของเรามากขึ้นด้วย

ปัจจัยการสร้างเว็บลิงก์ภายนอก

-คีย์เวิร์ดและข้อความที่ใช้ทำ Backlink การเลือกคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมสำหรับการแทรกในบทความจะต้องรู้วิธีการเลือกที่ดี มีคำหลากหลาย ไม่ใช้คำทั่วไป แต่เป็นวลีที่มีคำขยายแบบเฉพาะเจาะจง เน้นการเชื่อมโยงกับเว็บไซต์ภายนอก แสดงให้เห็นมีความเกี่ยวข้องกันเป็นผลบวกในการทำ SEO

การสร้างลิงก์ไม่จำเป็นต้องใช้กับเว็บไซต์อย่างเดียว สามารถเชื่อมลิงก์กับโซเชียลมีเดียต่าง ๆ โดยการสร้างลิงก์กับคีย์เวิร์ดและบทความที่โพสต์ลงใน Facebook , Twitte r, Line และสื่อออนไลน์ต่าง ๆ นอกจากจะสร้าง Traffic ทำให้มีจำนวนผู้ชมเพิ่มขึ้นแล้ว ยังเพิ่มช่องทางการเผยแพร่บทความและสร้างลิงก์ภายนอกให้ย้อนกลับสู่เว็บไซต์มากขึ้น คอยติดตามผลลัพธ์ว่ามีความก้าวหน้าอย่างไร พยายามปรับปรุงคุณภาพของคอนเทนต์และคีย์เวิร์ดให้เกิดผลลัพธ์ดีที่สุด การทำ SEO เว็บไซต์ของคุณให้โดดเด่นในเครื่องมือค้นหาจะประสบความสำเร็จแน่นอน

ก่อนจ้างทำ SEO ต้องมีความรู้ให้พร้อมไว้ด้วย

ในยุคสังคมออนไลน์เฟื่องฟู การทำการตลาดออนไลน์อย่าง SEO นั้นเป็นสิ่งที่ค่อนข้างจำเป็นต่อธุรกิจทุกรูปแบบ และบริษัทที่ให้บริการในด้านการทำ SEO ก็ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด มีทั้งรับทำแบบฟรีแลนซ์ และเป็นบริษัทอย่างเป็นเรื่องเป็นราว และก็มีหลายราคาให้เจ้าของธุรกิจได้เลือกสรร ปัจจัยความแตกต่างของบริการเหล่านี้คืออะไร เจ้าของธุรกิจควรจะทราบไว้ อย่าได้เห็นแก่ราคาถูก เพราะธุรกิจของคุณอาจจะเสียหายโดยไม่รู้ตัว อย่างที่รู้กันดีว่า การทำ SEO นั้นทำได้หลากหลายทางมาก ทั้งแบบคุณภาพ และเน้นความไว ซึ่งแต่ละอย่างมีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร เรามีข้อมูลมาแนะนำให้ทราบกัน

การทำ SEO สายคุณภาพ

การทำ SEO สายคุณภาพ จะเป็นคีย์เวิร์ดพนันจำพวก 928betwin หรือกลุ่มคีย์สายขาวก็ตาม จะเร่งเวลาไม่ได้ และต้องมีองค์ประกอบในการทำค่อนข้างเยอะ เพื่อที่จะส่งเว็บของคุณไต่อันดับไปยังหน้าแรกๆ ของ Search engine เริ่มกันตั้งแต่ Network ที่ต้องเสถียร มีความแรง สามารถรองรับการเข้าถึงของ Bot จากเว็บต่างๆ ที่เข้ามาสอดส่อง ข้อมูลในเว็บของคุณ Content ต้องมีความน่าสนใจ และสอดแทรกคีย์เวิร์ดที่จำเป็นต่อการค้นหา และตรงกับความสนใจของลูกค้ามากที่สุด เว็บไซต์ควรมีทั้งความรู้ สินค้า และข้อมูลที่น่าสนใจ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงให้มากขึ้นนั่นเอง

การทำ SEO จากนอกเว็บ ถือเป็นตัวช่วยที่ดี อาจจะทำการฝากเว็บ ฝากลิงค์ ติด backlink เพื่อทำให้เข้าใจได้ว่า มีผู้คนเข้าถึง และพูดถึงเว็บเราจำนวนมาก ก็สามารถดึงคนเข้าเว็บได้ และช่วยให้เว็บติดอันดับง่ายขึ้น ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่ต้องใช้เวลาในการทำอย่างน้อย 3-6 เดือน หากใครที่รีบร้อน ว่าทำไมเว็บของคุณถึงไม่ติดอันดับซักที ก็อยากให้อดทนรอกันหน่อย ยิ่งเว็บที่มีคู่แข่งทางการตลาดสูง เช่น เสื้อผ้า รองเท้า ยิ่งต้องใช้เวลา กว่าเว็บจะไต่อันดับขึ้นมาหน้าแรกๆ ได้ จะเห็นได้ว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ กันเลยทีเดียว

SEO WordPress

การทำ SEO สายไว ใช้ Bot

หากมีบริษัทไหนที่โฆษณาว่า การทำ SEO ของเขา ทำเร็ว ติดหน้าแรกไว คุณต้องถามให้แน่นอนชัดเจน ว่าเขาเหล่านั้นใช้การทำ SEO แบบไหน เพราะถ้าไม่เก่งจริง ก็ต้องใช้วิธีสีเทาในการแลกอันดับมาอย่างแน่นอน ซึ่งหลายๆ ที่ ที่มีการบริการถูก หรือแจ้งว่าสามารถทำอันดับให้คุณภายในไม่กี่วัน คุณอาจจะต้องเจอกับหายนะที่จะตามมาภายหลังได้ เทคนิคการทำให้ SEO แบบนี้ติดอันดับอย่างรวดเร็วก็คือการสแปม ไม่ว่าจะเป็นทั้งคีย์เวิร์ด ลิงค์ต่างๆ

การทำแบบนี้ในช่วงแรกๆ อาจจะทำอันดับได้ดี แต่จะติดได้ไม่นาน ถ้ามีการตรวจสอบเจอ เว็บของคุณจะถูกแบนทันที และอันดับจะร่วงอย่างถาวร จากนั้นไม่ว่าคุณจะพาเว็บคุณไปให้บริษัท SEO ที่ไหนทำ ก็คงต้องเจอกับคำปฏิเสธแทบทุกรายอย่างแน่นอน SEO ถ้าทำดี ก็ส่งผลดีต่อธุรกิจเราเป็นอย่างมาก แต่ถ้าเจอตัวแทนที่แย่ ธุรกิจของคุณก็ไปไม่รอดได้เช่นกัน ก่อนจ้างทำ SEO ก็ควรศึกษาให้ดีก่อน เพื่อประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณเอง

SEO คือ Search engine optimization

SEO กับร้านค้าออนไลน์มีความสำคัญมากน้อยแค่ไหน ??

การทำเว็บไซด์เป็นอีกช่องทางในการโปรโมท เพราะฉนั้นการแนะนำสินค้าบริการต่างๆ ที่จะง่ายและสะดวกที่สุดเข้าถึงได้ง่ายและเข้าถึงคนได้เป็นจำนวนมากด้วย แต่ส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าต้องทำ SEO ด้วยเพราะบางคนไม่มีความรู้ด้านนี้เลย แค่อาศัยรู้จักการทำการค้าออนไลน์ ศึกษาวิธีการทำเว็บไซด์แบบสำเร็จรูป การทำSEO หรือจ้างทำแค่นี้ก็ได้เว็บแล้วแต่ที่จริงแล้วการจะให้คนหันมาสนใจสินค้า และบริการต่างๆ ที่เราเปิดร้านค้าออนไลน์นั้นต้องมีการทำ SEO ด้วย

SEO

SEO คือการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือค้นหา

ซึ่งเป็นการเน้นให้เว็บไซด์เราติดอันดับในหน้าแรกของ Google และมันคือการถูกค้นหากปรกฎขึ้นแก่สายตาคนทั่วไปที่กำลังมองหาสินค้าหรือบริการนั้นๆ เช่นคำว่า กาแฟคอลลาเจน แน่นอนว่าเมื่อเราคีย์คำนี้ในการค้นหาก็จะมีปรากฏข้อมูลต่างๆ มากมายที่จะมีเกี่ยวกับ กาแฟคอลลาเจน เพราะมันเป็นคำหลักในการค้นหา เอ่ยมาแบบนี้ก็คงพอเห็นภาพกันแล้วใช่ไหมว่ามันเกี่ยวข้องกันแบบไหน แน่นอนว่าคนที่ไม่เคยรู้จัก SEO ก็อาจจะเข้าใจยากสักนิด หรือ คนที่ไม่มีความรู้ด้านนี้แต่ทำเว็บขายของก็คงสนใจมากขึ้นและคงพอจะรู้ว่าทำไมเวลาไปจ้างทำเว็บไซด์ถึงมีคำว่า SEO ปรากฏขึ้นมาด้วย

SEO

การจะทำ SEO มีปัจจัยหลายอย่างเช่น

ค่าใช้จ่ายสูงโดยเฉพาะหากให้ติดหน้าแรก ดังนั้นคนทำเว็บส่วนใหญ่ที่ไม่สันทัดด้าน SEO แบบจริงๆจังมักจะไม่รับทำเว็บที่พ่วงการการันตีการติดอันดับด้วย แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะการทำ SEO เบื้องต้นไม่ยากนักสำหรับคนอยากหัดหรือคนทำเว็บขายของด้วยตัวเอง ก่อนอื่นก็ต้องศึกษาแนวทางเบื้องต้นเช่น การเลือกโดเมน การเลือกโฮสต์ การตั้งชื่อเว็บ และการเลือกคอนเทนต์ให้เหมาะกับสินค้าหรือบริการของเราก่อน ต่อมาก็ศึกษาเครื่องมือเบื้องต้นในการทำเว็บไซด์ เช่น การอัพเดทข้อมูล การอัพเดทปลั๊กอิน การเลือกธีม การเลือกเครื่องมือเสริมต่างๆ และที่สำคัญคือ คอนเทนต์สำหรับ SEO ซึ่งจะมีคีย์เวิร์ดที่ตรงกับสินค้าและบริการของเรา เนื้อหาไม่สั้นไม่ยาว มีการวางจุดคีย์เวิร์ดไว้เพื่อให้ bot เก็บข้อมูลและเมื่อถูกค้นหาเว็บเราจะได้ขึ้นมาในอันดับที่ควรจะเป็น บอกเลยว่ามันไม่ยากแต่ต้องใส่ใจและใช้เวลาศึกษา รวมถึงการศึกษาความเชื่อมโยงกับสื่ออื่นๆเพื่อโปรโมทให้เว็บไซด์เป็นที่รู้จัก และมีผลตอบรับที่เราต้องการเช่น คนรู้จักเว็บไซด์เรา มีคนติดต่อซื้อสินค้าหรือบริการ บอกเลยว่าไม่ยากแต่ไม่ง่ายและใช้เวลาแต่รับรองว่ามันสนุกและน่าค้นหามากๆ