เทคนิคการทำ keyword SEO ให้รูปภาพในบทความ

เทคนิคการทำ keyword SEO ให้รูปภาพในบทความ

การทำ keyword SEO ที่ดีในแต่ละบทความ ไม่ควรให้ความสำคัญเฉพาะส่วนเนื้อหาหรือหัวเรื่องเท่านั้น ยังรวมถึงรูปภาพประกอบบทความที่ควรใส่รายละเอียดให้ครบถ้วนตามหลักของ search engine optimization ที่ Google แนะนำด้วย

เทคนิคในการคิด keyword SEO ของรูปภาพประกอบบทความ

1. การตอบ 4 คำถามในภาพ

หลักง่าย ๆ คือ การตอบคำถามให้ได้ว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เป็นหลักของการคิด keyword SEO เบื้องต้นในทุกภาพ กล่าวคือ
ใคร ผู้หญิงหรือผู้ชาย
กำลังทำอะไร ทำอาหาร เล่นดนตรี ร้องเพลง
ที่ไหน ในห้อง ในสนามหญ้า ริมแม่น้ำ
อย่างไร ร่าเริง เศร้าโศก เสียใจ ซาบซึ้ง เป็นต้น

2. Theme ของภาพ

Theme ของภาพ คือการขยายความให้เห็นบรรยากาศหรือภาพรวมที่ชัดเจน ภาพหนึ่ง ๆ สามารถตีความหมายได้หลากหลาย ตามองค์ประกอบของคนและสิ่งของประกอบ เช่น เป็นภาพผู้หญิงกำลังยิ้มในชุดสีขาว ก็สามารถสื่อได้ถึงความสุข การแต่งงาน การแต่งหน้า ความสวย สุขภาพจิตดี การเริ่มต้น ความรัก เป็นต้น หากเป็นรูปคนกำลังจับมือกัน อาจหมายถึง มิตรภาพ ความเป็นเพื่อน คนรัก ความจริงใจ การร่วมมือกัน ก็ได้ คำเหล่านี้สามารถนำไปสร้างเป็น keyword SEO ของรูปภาพได้อย่างไม่จำกัด

3. สิ่งแวดล้อมหรือองค์ประกอบของภาพ

แน่นอนว่าการถ่ายภาพหนึ่ง ๆ จะไม่ใช่มีแค่คนหรือสัตว์อยู่ในภาพ ต้องมีพร็อพหรือองค์ประกอบในฉากอื่น ๆ ซึ่งแต่ละชิ้นสามารถนำมาเป็น keyword SEO ได้ทั้งหมด โดยควรระบุรูปลักษณ์หรือสีลงไปด้วย เช่น กระปุกครีมสีขาว ขวดน้ำสีใส แก้วน้ำสีแดง โต๊ะทำจากไม้อัด กระจกหน้าต่างแนววินเทจ กรงนกเปล่า กระถางต้นไม้สีน้ำตาล กุหลาบสีขาว ฯลฯ อย่าลืมว่ารายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ สำคัญต่อการช่วยให้อันดับ SEO สูงขึ้นในระยะยาวได้

4. ลักษณะของบุคคลในภาพ

รายละเอียดของคนในภาพ มีสิ่งที่สามารถบรรยายได้หลายประเด็น ทั้งด้านเชื้อชาติ ไทย เอเชีย แขก ตะวันตก สีผม บลอนด์ น้ำตาลแดง ดำ ผมเสีย ผมแห้งแตก ผมลอน ผมเหยียดตรง ผมสั้น ผมยาวประบ่า ผมมวย เกล้าผม ริ้วรอยเหี่ยวย่น ใบหน้าตึงเรียบเนียน ตีนกา ฝ้ากระ ฟันเก ฟันหลอ จัดฟัน ฯลฯ รวมถึงกิริยาที่กำลังแสดงออก เช่น ยิ้มแย้ม ร้องไห้ มีน้ำตา เคร่งเครียด เดินเร็ว หอบเหนื่อย กำลังวิ่ง เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า การทำ keyword SEO ให้กับรูปภาพ เป็นเรื่องสำคัญที่สามารถใส่รายละเอียดได้อย่างไม่จำกัด ขอเพียงแค่สอดคล้องกับสิ่งที่อยู่ในภาพ โดยพิจารณาเป็นทีละส่วน ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป ที่จะทำให้ภาพของคุณมี keyword ที่ช่วยส่งเสริมอันดับ SEO ให้กับเว็บไซต์ได้ ทำให้เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายและเพิ่มยอดขายสินค้าและบริการของคุณได้มากยิ่งขึ้น

เทคนิคในการคิด keyword SEO ของรูปภาพ

ทำไมบทความ SEO จึงสำคัญนัก

ทำไมบทความ SEO จึงสำคัญนัก?

ทำไมบทความ SEO จึงสำคัญนัก

SEO หรือ search engine optimization เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับนักธุรกิจออนไลน์ต้องเรียนรู้ เพื่อสร้างเว็บไซต์ขายสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและสามารถถูกสืบค้นได้เป็นอันดับต้นๆ ของระบบการค้นหา อย่าง ยาฮู กูเกิ้ล บิง และการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของสินค้าให้ได้นับว่าเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจหากจะทำเว็บไซต์ SEO ที่ได้ผลลัพธ์ทั้งภาพลักษณ์ที่ดีและยอดรายได้ที่งดงามในระยะยาว

การเลือกคีย์เวิร์ด SEO ให้ตรงกับลูกค้าเป้าหมาย เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องวิจัยตลาดด้วยโปรแกรมที่สามารถดาวน์โหลดได้ และอาจต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเพื่อการอัพเดตคีย์เวิร์ดยอดนิยมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หรือการหาคีย์เวิร์ดด้วยหลักการคิดเสมือนว่าเราก็เป็นลูกค้าคนหนึ่ง หากเราไปนั่งกลางใจลูกค้าได้ ก็จะรู้ว่าพื้นฐานความต้องการสินค้าคืออะไร เช่น จะขายกระทะรุ่นใหม่ที่มีคุณสมบัติทอดได้ไร้น้ำมัน ก็ต้องนำคุณสมบัติที่โดดเด่นนี้ไปนำเสนอ สร้างเป็นคีย์เวิร์ดที่ทั้งโดนใจลูกค้าที่ใจใส่เรื่องสุขภาพและยังตรงกับสินค้าของบริษัทด้วย

การทำ SEO ไม่ได้เน้นที่ traffic หรือจำนวนคนอ่านเพจ หรือเพียงเข้ามาคลิกดูแล้วจากไป เหมือนมีคนเดินเข้ามาในร้าน 100 คน แล้วซื้อเพียง 10 คน เพราะนั่นคือการตลาดรุ่นเก่าที่นิยมใช้ลิ้งค์ หรือใช้คีย์เวิร์ดซ้ำๆ จนมีความเป็นขยะในสายตาของระบบอัลกอริทึ่มของ search engine (ปัจจุบันกูเกิ้ลใช้ ระบบ PANDA ในการตรวจสอบบทความ SEO ด้านนี้) การทำ SEO จึงมุ่งเน้นว่าต้องเสนอสินค้าและบริการให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่มองหาผลิตภัณฑ์นั้นพอดี 10 คน ก็จะมีโอกาสขายได้ทั้ง 10 คน (หากสินค้ามีคุณสมบัติ ราคาและการบริการส่งหรือหลังการขายที่ตอบโจทย์) จึงเป็นระบบที่ win-win กันทุกฝ่าย

สาเหตุที่ระบบสืบค้นหรือ search engine ต้องใส่ใจในการตรวจสอบคุณภาพของบทความ SEO นั้น เพราะสัมพันธ์กับการฟีดแบคกลับมาของลูกค้าในระยะยาว หากการสืบค้นหลายครั้ง หลายคีย์เวิร์ดเจอแต่ผลลัพธ์ที่ไม่ตรงกับความต้องการ ไม่พบเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาน่าอ่าน ให้ประโยชน์สาระเพียงพอต่อการสละเวลาอ่านของลูกค้า ก็จะทำให้สุดท้ายลูกค้าของ search engine เอง ก็จะย้ายแบรนด์ไปใช้ platform อื่น เช่น กูเกิ้ล เปลี่ยนไปใช้ ยาฮู เป็นต้น ส่งผลเสียทั้งต่อธุรกิจและภาพลักษณ์ของระบบ search engine เอง และต้องใช้เวลาอีกนานกว่าการรื้อฟื้นชื่อเสียงและสร้างทัศนคติใหม่ให้ลูกค้ากลับมาใช้งานอีก

ระบบการตรวจสอบบทความ SEO จึงมีประโยชน์ในการสกัดกั้นเว็บไซต์ตกมาตรฐาน ไม่หมั่นอัพเดต และเน้นแต่การใช้คีย์เวิร์ดใส่ลงบทความโดยขาดคุณภาพของงาน แต่ขณะเดียวกันก็ช่วยส่งเสริมให้เว็บไซต์ของธุรกิจที่มุ่งมั่น ได้ยกระดับตัวเองและมีโอกาสสืบค้นในอันดับต้นๆ ได้ โดยไม่ถูกผูกขาดแน่นอน

Basic SEO Onpage

ปรับแต่งบทความ SEO Onpage สำคัญขนาดไหน ?

สิ่งที่มือใหม่สาย SEO ต้องเรียนรู้อีกอย่างคือการ ปรับแต่งบทความสำหรับ SEO on page ซึ่งหมายถึงการจัดหน้าบทความที่เราจะให้แสดงผลในหน้าเว็บไซด์ จะว่าไปมันก็เหมือนกันปรับแต่งบทความใน word แต่ความสำคัญมันมีมากกว่านั้น กล่าวคือการ ปรับแต่งบทความสำหรับ SEO on page จะทำให้แสดงผลเมื่อมีการค้นหาได้ง่ายขึ้น ช่วยเร่งค่า CTR% ได้เพราะการทำ SEO on page จะมีหลายส่วนตั้งแต่การใช้คีย์เวิร์ด การปรับแต่งคีย์เวิร์ด การเขียน meta tag ซึ่งจะมีส่วนทำให้อันดับ SEO เดินไปในทิศทางที่ต้องการและการทำ On page ถือเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน ทั้งคนทำด้านนี้โดยตรง หรือต้องเกี่ยวข้องกับการทำเว็บไซด์ และอื่นที่มีส่วนกับมัน

การปรับแต่งบทความนั้นจะประกอบไปด้วยขั้นเริ่มต้นตั้งแต่การคิดแนวทางบทความ การใช้คีย์เวิร์ด การเลือกรูป และการนำเข้าเว็บไซด์เพื่อให้แสดงผล ซึ่งการปรับแต่งบทความสำหรับหน้าเว็บนั้นคือการปรับให้เนื้อหาดูสวยงามเหมาะกับหน้าเว็บ อ่านง่ายและใช้คีย์เวิร์ดและปรับส่วนต่างๆให้เหมาะสมเพื่อช่วยด้าน SEO ยกตัวอย่างง่ายๆ คีย์เวิร์ด คือส่วนที่ต้องมีการทำให้ชัดเจน แสดงให้เด่นชัดเพื่อให้ Bot เก็บข้อมูลและเมื่อมีการค้นหาคีย์เวิร์ดของเราจะถูกเห็นได้ง่าย เช่น การปรับขนาดตัวอักษร การปรับความหนาบางและลักษณะตัวอักษร การเลือกจุดวางคีย์เวิร์ดที่เหมาะสม การปรับเนื้อหาให้มีขนาดพอดีในแต่ละย่อหน้า การมีหัวเรื่องในแต่ละย่อหน้า การแทรกรูปที่มีรายละเอียดและมีคีย์เวิร์ด การแทรกลิงคภายใน หรือภายนอกเพื่อให้วิ่งไปในหน้าที่เราต้องการหรือเว็บที่เราต้องการ

แม้ว่าสิ่งเหล่านี้หลายคนบอกว่ารู้แล้วและมีตัวช่วยให้การเช็คเพื่อให้การทำ On page มีประสิทธิภาพ แต่สำหรับมือใหม่ก็อาจจะยังไม่เข้าใจและไม่รู้จุดประสงค์ในการปรับต่างๆ หรือบางคนใช้เครื่องมือในการช่วยหรือตรวจคะแนนความเหมาะสมก่อนการอัพเดท ซึ่งเครื่องมือต่างๆเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถทำ SEO ได้ง่ายขึ้น เช่นใช้ปลั๊กอิน SEO by yoast ซึ่งนิยมใช้กันมากและจะมีการตรวจแบบไฟเขียว ไฟแดง ไฟส้ม แน่นอนว่าหากติดไฟแดงคือการทำ On page นั้นไม่ผ่านก็ต้องมปรับกันที่บทความเพราปลั๊กอินตัวนี้จะจับที่บทความโดยเฉพาะและจะมีการตรวจใส่ส่วนต่างๆให้ จุดไหนติดไฟแดงแน่นอนว่าต้องแก้ไข และมันสะดวกเพราะสามารถตรวจได้รวดเร็วและใช้งานกับภาษาไทยได้เป็นอย่างดี และการใช้ ปลั๊กอินตัวนี้สามารถช่วยให้มือใหม่เข้าใจเรื่อง On page ได้เร็วและสามารถเข้าใจการปรับบทความสำหรับการทำ SEO ได้ง่ายด้วย และหากใช้ประจำจนคล่องก็จะสามารถเข้าในการใส่คีย์เวิร์ดในส่วนต่างๆได้เองโดยอัตโนมัติด้วย