ทำไมผู้ชำนาญทางการตลาด แนะนำให้ทำ SEO กับทุกเว็บไซต์

ทำไมผู้ชำนาญทางการตลาด แนะนำให้ทำ SEO กับทุกเว็บไซต์

การทำเว็บไซต์ขายสินค้าและบริการออนไลน์เป็นที่ได้รับความนิยมมากทั่วโลก เนื่องจากไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง มีความนิยมพกพาโทรศัพท์มือถือสำหรับหาข้อมูลและสั่งซื้อสินค้าอย่างสะดวก

การสร้างโอกาสขายให้สูงขึ้นด้วยการทำ SEO หรือ Search Engine Optimization จึงเป็นสิ่งที่ผู้ชำนาญทางการตลาดแนะนำให้ทุกเว็บไซต์ทำตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้ได้รับประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ต่อไปนี้

1. ทำให้เว็บไซต์มีรากฐานที่ดี

สำหรับนักศึกษาหรือผู้ที่เพิ่งจบการศึกษาแต่ต้องการหาอาชีพเสริมจากการ ขายสินค้าออนไลน์ ควรเริ่มทำเว็บไซต์แบบ SEO ตั้งแต่เริ่มต้น เพราะจะทำให้เว็บไซต์ถูกออกแบบได้ตรงตามเกณฑ์ที่ Search Engine อย่าง Bing, Yahoo และ Google กำหนด ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาและโอกาสในการขายหากต้องแก้ไขปรับปรุงใหม่ในภายหลัง

2. ทำให้สร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัย

ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์เก่าที่เปิดมานาน 10-20 ปีแล้ว หรือเป็นเว็บไซต์ใหม่ การทำ SEO ได้แก่ การออกแบบให้หมวดหมู่สินค้าค้นหาง่าย แยกการโฆษณาออกไปที่มุมด้านใดด้านหนึ่ง การมี Chatbot ที่ช่วยในการสอบถามและตอบคำถามข้อมูลอย่างรวดเร็ว การทำให้เว็บไซต์ให้งานได้ง่ายทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ฯลฯ เหล่านี้ คือ สิ่งที่ช่วยสร้างความประทับใจแก่ลูกค้าซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ ต้องการความสะดวกในการใช้งานในเว็บไซต์ ทำให้การสั่งสินค้าซื้อขายทำได้อย่างรวดเร็ว หากทำ SEO เสียแต่วันนี้ ก็เท่ากับการปรับภาพลักษณ์ให้ตรงใจลูกค้าผู้บริโภคนั่นเอง

3. ช่วยประหยัดค่าโฆษณา

การเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายที่นิยมมากในปัจจุบัน คือ การโฆษณา เช่น การทำ SEM หรือ Search Engine Marketing เป็นการประมูลพื้นที่สื่อและจ่ายค่าโฆษณาให้แก่ Search Engine แบบ PPC หรือ Pay Per Click ซึ่งทำให้ธุรกิจมีต้นทุนที่สูงขึ้น หากต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ (โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง หรือธุรกิจที่เพิ่งเปิดตัวใหม่) ควรทำ SEO เป็นหลัก เพื่อให้อันดับในการสืบค้นดีขึ้น โดยไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ให้แก่ Bing, Yahoo และ Google อย่างแน่นอน

4. ทำให้มีลูกค้าต่างประเทศมากขึ้น

การทำ SEO กับเว็บไซต์ที่เป็นระบบสองภาษา จะทำให้มีโอกาสขายสินค้าให้ลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติได้ง่ายขึ้น เพียงศึกษาการใช้ Keywords ที่เหมาะสมกับการค้นหาของผู้บริโภค แล้วใส่คีย์เวิร์ดในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ เช่น ส่วนหัว Title ส่วนคำบรรยายย่อ หรือ Meta Description การตั้งชื่อรูปภาพ ชื่อเพจ และที่สำคัญ คือใส่ในบทความให้กระจายอยู่ทั่วไปอย่างเป็นธรรมชาติ จะทำให้อันดับ SEO สูงขึ้นและถูกค้นพบได้ง่ายขึ้น จึงมีโอกาสขายสินค้าและบริการได้เพิ่มตามไปด้วย

จะเห็นได้ว่า การทำ SEO มีประโยชน์รอบด้าน ทั้งการปรับภาพลักษณ์ ขยายฐานลูกค้า เพิ่มยอดขยาย ทั้งยังประหยัดค่าใช้จ่าย จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้ชำนาญการตลาดแนะนำให้ทุกเว็บไซต์ทำ SEO

การสร้างโอกาสขายให้สูงขึ้นด้วยการทำ SEO

พัฒนาเว็บไซต์ SEO หรือ โฆษณาของ AdWords อย่างไหนดีกว่ากัน

พัฒนาเว็บไซต์ SEO หรือซื้อโฆษณาของ AdWords อย่างไหนดีกว่ากัน

การแข่งขันในธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบัน เรียกได้ว่าต้องแข่งทั้งกับเวลาและคุณภาพของสินค้า และที่สำคัญคือการโปรโมตเว็บไซต์ขายสินค้าและบริการในช่องทางออนไลน์ที่ต้องส่งสารถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายโดยเร็วและโดนใจที่สุด จึงเป็นที่มาของคำถามในใจหลายท่านว่าจะพัฒนาเว็บไซต์ให้มีคุณสมบัติ SEO หรือจะซื้อโฆษณาผ่าน google AdWords ดีกว่ากัน ในวันนี้เราจึงไว้รวบรวมข้อดีข้อเสียของทั้งสองแบบไว้ให้ ดังนี้

พัฒนาเว็บไซต์ SEO หรือซื้อโฆษณาของ AdWords

การพัฒนาเว็บไซต์ SEO คือ อะไร

เป็นการใส่คีย์เวิร์ด SEO ในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ พร้อมกับการปรับปรุงส่วนโครงสร้างของเว็บไซต์ให้สอดคล้องตามหลักเกณฑ์ของ search engine อย่าง google ที่แนะนำไว้ เพื่อให้เพิ่มโอกาสในการถูกวิเคราะห์และจัดอันดับให้ขึ้นสู่เพจหรือเว็บไซต์ต้น ๆ ที่มีเนื้อหาตอบโจทย์ความสนใจของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

การโฆษณาผ่าน AdWord คือ อะไร

เป็นการที่คุณเสียค่าโฆษณาให้กับ search engine เช่น google กรณีที่มีผู้ชมเข้ามาคลิกที่โฆษณา (จะยกเว้นการจ่ายเงินกรณีที่ไม่มีคนคลิก) หากคุณเลือกวิธีการนี้จะทำให้เว็บไซต์ของคุณถูกแสดงขึ้นในอันดับต้น ๆ ของหน้าต่างการสืบค้นได้ ซึ่งหลายแบรนด์ทั่วโลกนิยมใช้วิธีนี้จน ทำให้ google มีรายได้มหาศาลจากการขายพื้นที่โฆษณา

เปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของการพัฒนาเว็บไซต์ SEO และการทำ AdWord

พัฒนาเว็บไซต์ SEO หรือซื้อโฆษณาของ AdWords

การทำทั้งสองแบบที่กล่าวมาต่างเป็นที่นิยม และมีข้อเด่นข้อด้อยต่างกันไป ดังนี้

1. การทำ SEO จำเป็น ต้องมีความสม่ำเสมอ และใช้ระยะเวลาในการปรับปรุงทั้งส่วนโครงสร้าง การสร้างบทความ หรือเนื้อหา content ที่น่าสนใจและตรงใจผู้อ่าน ส่วนการทำ AdWords จะใช้เวลาสั้นกว่า เป็นการเลือกทำเลที่ดีที่สุดในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างรวดเร็ว

2. ค่าใช้จ่ายในการทำ SEO จะมีทั้งส่วนของการจ้างปรับโครงสร้างให้แก่ทีมพัฒนาเว็บไซต์ที่คุณเลือกได้เอง และส่วนของการผลิต content SEO ที่มีคุณภาพตามที่คุณต้องการ ส่วนการทำ adwords จะเสียเงินให้ search engine อย่าง google ต่อเมื่อมีผู้คลิกเข้ามาผ่านช่องทางโฆษณานั้น

3. การทำ SEO จำเป็นต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากระบบ algorithm ของ search engine สามารถวิเคราะห์และตรวจสอบความเป็นปัจจุบันของเว็บไซต์ได้ ให้เว็บไซต์ใดมีคุณภาพและมีการอัพเดตอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ ก็จะมีโอกาสสูงในการเข้าสู่อันดับต้น ๆ ของหน้าต่างการสืบค้นได้ยาวนานกว่าการใช้ AdWords ที่มีโอกาสขึ้นและลงจากตำแหน่งต้น ๆ ได้

จะเห็นได้ว่า การทำ ทั้ง SEO และ adwords เป็นเทคนิคในการสร้างฐานลูกค้าให้เข้ามาชมข้อมูลของสินค้าและบริการในเว็บไซต์ของคุณได้ โดยมีจุดเด่นและจุดด้อยที่ต่างกันไป คุณจึงควรพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนการเลือกวิธีการใด หรือการใช้ทั้งสองวิธีร่วมกันก็ไม่ผิดกติกา