ไขข้อข้องใจ SEO คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ

ไขข้อข้องใจ SEO คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ

อย่างที่หลายคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าการทำตลาดถือเป็นสิ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องทำเพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการของตัวเองให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้าในวงกว้าง ซึ่งหากเป็นสมัยก่อนเชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกับการนำเสนอผ่านโฆษณาทางโทรทัศน์ สปอตโฆษณาบนคลื่นวิทยุ และสื่อสิ่งพิมพ์ เพราะต้องถือว่าเป็นสื่อใหญ่สื่อหลักของประเทศที่เข้าถึงคนทุกเพศทุกวัยที่ง่ายที่สุด แต่ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร จึงทำให้ปัจจุบันเจ้าของธุรกิจมีช่องทางในการประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการมากขึ้น ซึ่งหนึ่งในช่องทางการประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดตอนนี้คือ การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization

หลักการแล้วการทำ SEO

โดยตามหลักการแล้วการทำ SEO นั้นเป็นหนึ่งในวิธีการตลาดดิจิทัลรูปแบบหนึ่งด้วยการทำให้เว็บไซต์ เพจ หรือบล็อกติดอันดับต้น ๆ ของการค้นหาบนเครื่องมือ Search Engine หรือเครื่องมือค้นหาข้อมูลและเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ตเมื่อกรอกคำสำคัญในช่องค้นหาของ Search Engine อย่าง Baidu, Bing, Sanook, Yahoo แต่ส่วนใหญ่แล้วการทำ SEO ส่วนใหญ่เน้นการพัฒนาบน Google เป็นหลัก เนื่องจากเป็น Search Engine ที่คนไทยและอีกหลาย ๆ ประเทศนิยมใช้สำหรับหาความรู้ ข้อมูล หรือเว็บไซต์ที่ตัวเองต้องการมากที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องซื้อโฆษณาหรือ Google Ads ที่มีข้อจำกัดในเรื่องของช่วงเวลาและค่าโฆษณาแบบต่อคลิก เพราะฉะนั้นการทำ SEO จึงเป็นวิธีการประชาสัมพันธ์ที่ทั้งประหยัดแต่มีประสิทธิภาพในระยะยาว

หากถามว่าประโยชน์หลัก ๆ ของการทำ SEO คืออะไร แน่นอนว่าการได้ติดอันดับที่หนึ่งหรือหน้าแรกของ Search Engine นั้นย่อมดีกว่าหน้าท้าย เพราะจากการศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้งานการค้นหาบนอินเทอร์เน็ต ผลการค้นหาอันดับที่ 1 ของการค้นหาจะมีการเข้าชมมากกว่าอันดับที่ 2 เกือบเท่าตัว ในขณะที่หลายคนยอมรับออกมาตรง ๆ ว่าแทบไม่เคยคลิกต่อไปยังหน้าที่ 2 ของการค้นหาเลยด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้การติดอันดับต้น ๆ หรือหน้าแรกของการค้นหาบน Search Engine จึงเป็นการเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะเห็นเว็บไซต์ เพจ หรือบล็อกของเราก่อนของคู่แข่งและทำให้มีโอกาสทางธุรกิจมากกว่าด้วย

สำหรับวิธีการทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ เพจ หรือบล็อกติดอันดับเมื่อมีการค้นหาด้วยคำสำคัญบน Search Engine นั้นต้องอาศัยการพัฒนาหลาย ๆ ส่วนประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็น การเขียนคอนเทนต์ออนไลน์ การใส่คำสำคัญ และการทำประชาสัมพันธ์ ซึ่งแม้ว่า Search Engine ส่วนมักมีเงื่อนไขพิจารณาการจัดลำดับที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเน้นที่คุณภาพ ประโยชน์ที่ผู้ค้นหาจะได้รับ ความน่าสนใจ เข้าใจง่าย และการเข้าถึงที่ต้องง่ายและรวดเร็ว อีกทั้งยังต้องไม่เป็นแหล่งของไวรัสคอมพิวเตอร์ที่เป็นอันตรายต่อผู้ค้นหาข้อมูลอีกด้วย การทำ SEO ต้องอาศัยเวลาในการปรับปรุง พัฒนา และสร้างความน่าเชื่อถือให้ตรงตามหลักเกณฑ์ เพียงเท่านี้เว็บไซต์ เพจ หรือบล็อกของคุณก็มีโอกาสขึ้นแสดงในลำดับต้น ๆ ของทุก Search Engine ได้แล้ว

หลักการแล้วการทำ SEO

นักธุรกิจออนไลน์ควรรู้ SEO กับ SEM ต่างกันอย่างไร

นักธุรกิจออนไลน์ควรรู้ SEO กับ SEM ต่างกันอย่างไร

การทำธุรกิจออนไลน์ ถ้าต้องการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ในหน้าต่างของ Search Engine ก็ต้องใช้วิธี SEO และ SEM ซึ่งมีความแตกต่างกัน แต่ก็เป็นที่นิยมในปัจจุบันทั้งคู่ ซึ่งเราได้รวบรวมสิ่งที่ควรรู้มาไว้ที่นี่แล้ว

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นการทำใน 2 ส่วน คือ Off-Page SEO และ On-Page SEO โดย Off-Page SEO คือการสร้างลิงก์เชื่อมโยงจากเว็บไซต์ภายนอก ขยายฐานลูกค้าที่สืบค้นหาข้อมูล เช่น คุณขายเครื่องกรองน้ำในเว็บไซต์ หากสามารถโพสต์ตอบคำถามที่มีคนสงสัยเกี่ยวกับเครื่องกรองน้ำและให้ลิงก์ในห้องแชทต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ที่สนใจเข้ามาหาข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บไซต์ของคุณ ก็จะทำให้สามารถขายสินค้าได้มากขึ้น

ส่วน On-Page SEO หมายถึง การปรับในส่วนเนื้อหาของเว็บไซต์ ที่ต้องใส่บทความที่มีประโยชน์ เช่น วิธีการเลือกเครื่องกรองน้ำ วิธีทำความสะอาดเครื่องกรองน้ำ เป็นต้น ซึ่งการอัปเดตข้อมูลที่สม่ำเสมอและมีเนื้อหาที่ถูกต้องจะช่วยให้ลูกค้าที่ติดตามอ่านบทความในเว็บไซต์คุณได้รับประโยชน์และทำให้อันดับในการสืบค้นที่ระบบของ Search Engine วิเคราะห์เพิ่มขึ้นด้วย

การทำ SEO จึงเป็นการประชาสัมพันธ์ที่นิยมมาก เพราะสามารถทำได้ด้วยตัวเองไม่ต้องเสียค่าโฆษณา แต่ก็ต้องใช้ระยะเวลาในการเก็บสะสมข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ Search Engine ของ Yahoo และ Google ทำการประมวลผลอย่างน้อย 2 เดือนขึ้นไป

ในส่วนของ SEM หรือ Search Engine Marketing จะเป็นการโฆษณาเว็บไซต์โดยการซื้อพื้นที่โฆษณาด้านบนของหน้าต่างการสืบค้นแบบที่ไม่ต้องใช้เวลามาก ไม่ต้องใช้เวลาหลายเดือนในการสะสมบทความบนเว็บไซต์ของคุณ เพราะการทำ SEM สามารถทำได้ง่ายและสะดวก ซึ่งเจ้าของเว็บไซต์สามารถประมูลพื้นที่โฆษณาได้ด้วยตัวเอง (โดยจะแข่งขันกับบริษัทอื่น ๆ ที่ต้องการพื้นที่โฆษณาตำแหน่งบน ๆ ด้วยคีย์เวิร์ดเดียวกัน) และทำการจ่ายเงินทุกครั้งที่มีผู้สนใจคลิกเข้ามาดูข้อมูลหรือที่เรียกว่า เป็นการจ่ายแบบ Pay Per Click

การทำ SEM จึงทำให้มีโอกาสเพิ่มการขายได้อย่างรวดเร็ว สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้นและเพิ่มรายได้เป็นจำนวนมากในเวลาสั้น ๆ โดยจะมีลูกค้ามาคลิกตาม Link โฆษณาของคุณได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่อย่างไรก็ตามหากไม่ทำการโฆษณาอย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้ยอดการขายลดลงได้เช่นกัน

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าการทำ SEO และ SEM เป็นเทคนิคการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ที่มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน ซึ่งสามารถทำทั้งสองแบบไปพร้อม ๆ กันได้ เพื่อให้มีลูกค้าติดตามและเพิ่มยอดขายได้มากในระยะยาว ซึ่งในปัจจุบันนอกจากการทำเองแล้ว ยังสามารถจ้างบริษัททำ SEO และ SEM ได้ด้วย

นักธุรกิจออนไลน์ควรรู้ SEO กับ SEM ต่างกัน